
แอนิเมชั่นไทยจับคู่ธุรกิจ
ผนึกจีน เกาหลี ญี่ปุ่นขึ้นแท่นฮับอาเซียนวอนรัฐหนุนสินเชื่อขอสิทธิภาษีช่วย
ผนึกจีน เกาหลี ญี่ปุ่นขึ้นแท่นฮับอาเซียนวอนรัฐหนุนสินเชื่อขอสิทธิภาษีช่วย
สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นแนะช่องลงทุนร่วมเกาหลี จีน ญี่ปุ่น ดันไทยเป็นฮับครีเอทีฟ
นายนิธิพัฒน์ สมสมาน นายกสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์ กราฟิกส์ไทย (TACGA) เปิดเผยว่า สมาคมได้นำผู้ประกอบการดิจิตอล คอนเทนต์ ของไทยร่วม 50 บริษัท มาพบกับผู้ประกอบการดิจิตอล คอนเทนต์ จากประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน จำนวน 17 บริษัทที่มาประเทศไทย เพื่อจับคู่และร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างกัน พร้อมใช้ประเทศไทยเป็นฐานผลิตดิจิตอล คอนเทนต์ เพื่อส่งออกในตลาดภูมิภาคอาเซียนและตลาดโลก
นอกจากนี้ สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นฯ จะลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับสมาคมแอนิเมชั่นจีน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน และในอนาคตมีโอกาสที่จะพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจต่อไป รวมทั้งบริษัท ไบท์ อิน อะ คัพ ของประเทศไทย ร่วมลงนามกับบริษัท วีดิโอมาร์เก็ต คอร์เปอเรชั่น ของประเทศญี่ปุ่น เพื่อแต่งตั้งเป็นตัวแทนบริหารลิขสิทธิ์ของ เดอะ สลัด อย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น ทำให้คาแรกเตอร์การ์ตูนไทยสามารถส่งออกไปทำตลาดในต่างประเทศ และสร้างรายได้เข้าประเทศมหาศาล
“ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพสูงมากในการออกแบบ สร้างสรรค์ และครีเอทีฟ ในงานดิจิตอล คอนเทนต์ ซึ่งมีทั้งงานแอนิเมชั่น เกม คาแรกเตอร์การ์ตูน และภาพยนตร์ เป็นต้น เชื่อมั่นว่าประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางงานครีเอทีฟ ดิจิตอล คอนเทนต์ในตลาดโลก และเป็นผู้นำด้านครีเอทีฟในภูมิภาคอาเซียน” นายนิธิพัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ ตลาดดิจิตอล คอนเทนต์ ของไทย มีมูลค่าประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 15% จากปีก่อน เพราะมีผู้ประกอบการจากต่างประเทศสนใจเข้ามาว่าจ้างผู้ประกอบการไทยผลิตงานดิจิตอล คอนเทนต์มากขึ้น ส่วนภาพรวมการส่งออกมีมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ในปีนี้คาดว่าจะเติบโต 15% จากปีก่อนเช่นกัน โดยตลาดส่งออกหลักได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐ ยุโรป และภูมิภาคอาเซียน
ประกอบกับประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนด้านดิจิตอล คอนเทนท์ จำนวน 30 แห่ง และสามารถผลิตบุคลากรใหม่ได้ปีละ 2,500-2,800 คน
ปัจจุบันผู้ประกอบการดิจิตอล คอนเทนต์ ของไทยมีจำนวน 100 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และเป็นสมาชิกของสมาคมจำนวน 50 บริษัท ซึ่งปัญหาหลักของผู้ประกอบการไทยคือเงินทุนที่จะลงทุนพัฒนางานสู่ตลาด เพราะภาครัฐไม่มีนโยบายสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
นายนิธิพัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการแอนิเมชั่นไทยต้องปรับตัวด้วยการหาพันธมิตรในต่างประเทศเพื่อร่วมขยายธุรกิจ ส่วนประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนมีการส่งเสริมผู้ประกอบการดิจิตอล คอนเทนต์จำนวนมาก เช่น ประเทศมาเลเซีย มีนโยบายให้สินเชื่อดอกเบี้ย 2% แก่ผู้ประกอบการ และหากเป็นผู้ประกอบการจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศ จะได้รับการคืนภาษีจำนวน 30%







