posttoday
เอสเอ็มอีไทยจุกเจอทุนญี่ปุ่นบุก

เอสเอ็มอีไทยจุกเจอทุนญี่ปุ่นบุก

05 กรกฎาคม 2556

กระแสทุนญี่ปุ่นบุกไทย และอาเซียน หลังจากความขัดแย้งของญี่ปุ่นและจีนขยายตัวจากเหตุหมู่เกาะเตียวหยู ทำให้องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ได้คาดการณ์ว่า ในปี 2556 จะมีนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในอาเซียนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1,000 บริษัท ไทยจะเป็นประเทศลำดับต้นๆ ที่นักลงทุนญี่ปุ่นให้ความสำคัญ

กระแสทุนญี่ปุ่นบุกไทย และอาเซียน หลังจากความขัดแย้งของญี่ปุ่นและจีนขยายตัวจากเหตุหมู่เกาะเตียวหยู ทำให้องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ได้คาดการณ์ว่า ในปี 2556 จะมีนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในอาเซียนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1,000 บริษัท ไทยจะเป็นประเทศลำดับต้นๆ ที่นักลงทุนญี่ปุ่นให้ความสำคัญ

แม้ทุนญี่ปุ่นจะหลั่งไหลเข้ามา เหมือนจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทย แต่ในมุมมองของ บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย ก็แสดงความเป็นห่วงผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีของไทยว่า จะต้องเจอความท้าทายที่มากขึ้น เพราะเอสเอ็มอีญี่ปุ่นที่เข้ามาจะเป็นกลุ่มที่ทำธุรกิจต่อเนื่องกับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในไทยจำนวนมาก เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน เอสเอ็มอีญี่ปุ่นจึงใช้จังหวะนี้ช่วงชิงโอกาส ด้วยการเปิดตลาดมากขึ้น

วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า ผลกระทบจากการที่เอสเอ็มอีญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในไทย มีทั้งผลดีและผลเสีย ส่วนใหญ่มารับช่วงการผลิตต่อจากบริษัทแม่ ทำให้เอสเอ็มอีไทยที่เคยผลิตให้บริษัทญี่ปุ่นดังกล่าวจะมีคู่แข่งมากขึ้น แต่ผลดีส่งผลให้เอสเอ็มอีไทยสามารถร่วมมือเป็นคู่ค้าทางธุรกิจกับเอสเอ็มอีญี่ปุ่นได้ รวมทั้งส่งผลให้เอสเอ็มอีไทยสามารถเพิ่มศักยภาพและเทคโนโลยีการผลิตได้

ขณะเดียว เอสเอ็มอีไทยต้องเร่งปรับตัวพัฒนาคุณภาพสินค้าบริการให้เท่าเทียมมาตรฐานสากล และตลาดโลก เพราะในอนาคตตลาดจะแข่งขันรุนแรงมากขึ้น โดยจะมีผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีจากหลายประเทศสนใจเข้ามาลงทุนในไทย ตามการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และลูกค้าของเอสเอ็มอีไทยจะมีทั่วโลก ดังนั้นการปรับตัวเข้าสู่การผลิตสินค้า บริการในระดับโลก จะช่วยให้แข่งขันได้ในระยะยาว

จากข้อมูลของหอการค้าญี่ปุ่นพบว่ามีบริษัทจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาจัดตั้งและดำเนินธุรกิจในประเทศไทยแล้วมากกว่า 7,000 บริษัท แยกตามขนาดของธุรกิจ พบว่าเกือบ 50% เป็นบริษัทญี่ปุ่นที่มีขนาดกลางและขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ฐานที่ตั้งของบริษัทแม่จะมาจากโตเกียวถึง 25% และในช่วงปี 2548-2553 ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทยเป็นอันดับหนึ่งมาตลอด โดยมียอดรวมมูลค่าเงินลงทุนที่ยื่นขอโครงการจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สูงถึง 7.2 แสนล้านบาท แม้ในปี 2554 ประเทศไทยจะประสบอุทุกภัยน้ำท่วม แต่บริษัทญี่ปุ่นก็ไม่ได้ย้ายฐานการผลิตไปที่อื่น และยังคงลงทุนต่อเนื่อง เห็นได้จากในปี 2555 การลงทุนของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยมีการขยายตัว คิดมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 348,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119% เมื่อเทียบกับปี 2554

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ธนาคารโตเกียว มิตซูบิชิยูเอฟเจ เข้าซื้อหุ้นของธนาคารกรุงศรีอยุธยา เพื่อรองรับธุรกรรมการเงินของนักลงทุนญี่ปุ่นที่จะมีมากขึ้นในอนาคต

พัฒนพงศ์ ตัณฑ์สมบูรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การเข้ามาแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบของธนาคารญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมธนาคารไทย อาจส่งผลกระทบให้ฐานลูกค้าญี่ปุ่นบางส่วนของธนาคารโยกย้ายไปใช้บริการของธนาคารคู่แข่งในอนาคต เช่น การเดินบัญชีเงินเดือน การทำธุรกรรมโอนเงิน และการใช้สินเชื่อหมุนเวียน เนื่องจากจะทำให้สถาบันการเงินญี่ปุ่นสามารถให้บริการการเงินที่ครบวงจร จากเดิมที่เคยเน้นทำธุรกิจในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่เพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมากลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นของธนาคารมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพบว่าปริมาณการทำธุรกรรมผ่านธนาคารของลูกค้ากลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตขึ้นเฉลี่ย 4050% ต่อปี สอดคล้องกับรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตขึ้นเฉลี่ย 30% ต่อปี

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลกระทบต่อธนาคารจะยังไม่เกิดขึ้นทันทีในปีนี้ เพราะการซื้อขายและกระบวนการควบรวมกิจการระหว่างธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารแห่งโตเกียว มิตซูบิชิยูเอฟเจ ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ทำให้ธนาคารยังมีเวลาปรับกลยุทธ์และการให้บริการ

หนึ่งในกลยุทธ์รับมือกระแสทุนญี่ปุ่นของธนาคารกสิกรไทยนั้น บัณฑูร กล่าวว่า ธนาคารได้ลงนามความร่วมมือกับหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งโตเกียว ซึ่งเป็นหนึ่งในหอการค้าจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีสมาชิก 8 หมื่นบริษัท และมีสมาชิกเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศ และในปีนี้ธนาคารมีเป้าหมายที่จะดำเนินการความร่วมมือลักษณะเดียวกันนี้กับหอการค้าและองค์กรในจังหวัดอื่นๆ ของญี่ปุ่นเพิ่มอีก 23 จังหวัด เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่สนใจลงทุนในไทยอย่างครบวงจรผ่านทางธนาคารพันธมิตรญี่ปุ่นทั้ง 24 แห่ง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ