
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคมิ.ย.ต่ำสุดในรอบ6เดือน
ม.หอการค้าเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมิ.ย.ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน เหตุเศรษฐกิจไทยไม่มีปัจจัยบวกกระตุ้น-คนมีกำลังซื้อน้อย
ม.หอการค้าเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมิ.ย.ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน เหตุเศรษฐกิจไทยไม่มีปัจจัยบวกกระตุ้น-คนมีกำลังซื้อน้อย
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมิ.ย.2556 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 มาอยู่ที่ระดับ 81.6 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ลดลงจาก 82.5 ในเดือน พ.ค. 2556 เช่นเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมที่ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 71.8 จาก 72.8 ในเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้สาเหตุที่ดัชนีความเชื่อมั่นลดลงมาจาก เศรษฐกิจไทยยังไม่มีปัจจัยบวกเข้ามากระตุ้น และเม็ดเงินจากโครงการลงทุนบริหารจัดการน้ำ มูลค่า 3.5แสนล้านบาท ที่คาดว่าจะเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้ประมาณ 60,000-70,000 ล้านบาทต้องชะลอออกไปตามคำสั่งศาลปกครอง ที่ให้กลับไปทำประชาพิจารณ์ก่อนส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจและการลงทุนลดลง รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ทั้งจีน และยุโรปและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐ ที่กระทบต่อการส่งออกของไทยในเดือนมิ.ย.ลดลง 5.2%
"ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ทำให้หลายหน่วยงานมีการปรับประมาณการทางเศรษฐกิจ เช่นสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับลดจีดีพี ปีนี้ลงเหลือโต 4.5% จากเดิมที่คาดว่าจะโตได้ 5.3%"นายธนวรรธน์กล่าว
นายธนวรรธน์กล่าวว่าผู้บริโภคเองมีกำลังซื้อน้อยลงและรู้สึกว่าข้าวของแพงขึ้นทั้งที่อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงเพราะประชาชนรู้สึกว่ารายได้ร้อยกว่ารายจ่าย เนื่องจากมีภาระหนี้สินมากขึ้น ดังนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นต้องดูแลจิตวิทยาของประชาชนเพื่อไม่ให้กำลังซื้อประชาชนต้องชะงักไป
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่น่าจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะขยายตัวได้ 4-4.5%ลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะโต 4.8-5.2%







