
หนุนสร้างเครือข่าย
กระทุ้งเอกชนรวมตัวปึ้กต่างแดนสร้างศูนย์กระจายสินค้าแบรนด์ไทย
กระทุ้งเอกชนรวมตัวปึ้กต่างแดนสร้างศูนย์กระจายสินค้าแบรนด์ไทย
ผุดแผนพัฒนาผู้ประกอบการสู่เออีซี ชูโมเดลพม่าสร้างเครือข่ายธุรกิจนอกบ้าน
นายมาณพ ชิวธนาสุนทร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการจัดการอุตสาหกรรมกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมได้จัดโครงการพัฒนาผู้ประกอบการสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยสร้างเครือข่ายกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งในพม่ามีผู้ประกอบการไทยราว 20 บริษัท รวมตัวกันตั้งศูนย์กระจายสินค้าไทยในกรุงย่างกุ้ง ที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จ และกรมคาดหวังให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่จะเข้าไปทำธุรกิจในพม่ารวมตัวกันมากขึ้น
ทั้งนี้ ศูนย์กระจายสินค้าไทยในพม่าเริ่มต้นเมื่อ 3 ปีก่อน จากการรวมตัวของผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปทำธุรกิจในพม่า และกรมได้เข้าไปร่วมมือกับศูนย์กระจายสินค้าเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะเข้าไปทำธุรกิจในพม่าได้เข้าไปใช้ประโยชน์ หรือใช้เป็นสถานที่ในการจัดกิจกรรมทางธุรกิจ เช่น จับคู่ธุรกิจ
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่รวมตัวกันตั้งศูนย์กระจายสินค้า ส่วนใหญ่จะมีสินค้าประเภทอาหาร เครื่องจักรกลการเกษตร อุปกรณ์ไฟฟ้า หลอดไฟ และวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความต้องการอย่างมากในพม่า โดยผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจอยู่ในพม่าจะเป็นผู้ดูแลและบริหารกิจการภายในศูนย์ดังกล่าว
นายมาณพ กล่าวว่า ในปี 2556กรมได้ดำเนินการภายใต้โครงการพัฒนาผู้ประกอบการสู่เออีซีอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับงบประมาณจำนวน 180 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ 1 หมื่นราย ในการเข้าสู่เออีซี รวมทั้งพัฒนาผู้ประกอบการในเชิงลึก 5,000 ราย พัฒนาคน 5,000 ราย และพัฒนาธุรกิจ 600 กิจการ เช่น การจัดทำแผนธุรกิจไปสู่เออีซี แต่จะไปประเทศไหนคงต้องขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการและประเภทสินค้า รวมถึงการเข้าไปสร้างเครือข่ายในกลุ่มประเทศเป้าหมายให้ได้ 10 เครือข่าย อย่างน้อยประเทศละ 1 เครือข่าย
ขณะเดียวกัน มีแผนจะพาผู้ประกอบการเดินทางไปจัดกิจกรรมในประเทศต่างๆ เช่น ในเดือน ส.ค. จะจัดกิจกรรมไปประเทศกัมพูชา พม่า และลาว ซึ่งการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ค่อนข้างได้ผลดี เนื่องจากผู้ประกอบการ 20%ของที่เข้าร่วมกิจกรรมจะเกิดการค้าอย่างต่อเนื่อง
ด้านสินค้าที่เหมาะจะเข้าไปเจาะตลาดในอาเซียนแต่ละประเทศ เช่นสินค้าอาหาร เหมาะที่จะเข้าตลาดได้ทุกประเทศ กัมพูชาและพม่าจะมีความต้องการสินค้าประเภทเครื่องจักรกลการเกษตร เพราะเป็นประเทศเพาะปลูกเหมือนกับประเทศไทย และยังไม่ค่อยมีอุปกรณ์ที่ผลิตใช้ในประเทศ ขณะเดียวกันธุรกิจยา ธุรกิจความงาม วัสดุก่อสร้าง ก็มีความต้องการสูงเช่นเดียวกัน ส่วนประเทศอินโดนีเซีย สินค้าประเภทอุปกรณ์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ จากไทยค่อนข้างได้รับความนิยม







