
โซลิด โกลด์ บอมบ์ แค่ก้าวผิด ธุรกิจพังยับ
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เส้นทางของการทำธุรกิจนั้น มักเต็มไปด้วยอุปสรรคและความท้าทายตลอดเวลา และทุกธุรกิจมีโอกาสเผชิญกับความล้มเหลวได้เสมอ
และในบางครั้งการก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว ก็อาจส่งผลให้ธุรกิจเจอทางตันและจบลงอย่างไม่ทันคาดคิด
ดังเช่นกรณีของบริษัท โซลิด โกลด์ บอมบ์ ผู้ผลิตเสื้อยืดสกรีนลายของ ไมเคิล ฟาวเลอร์ หนุ่มอเมริกันจากรัฐแมสซาชูเซตส์ ที่ต้องปิดกิจการลงเร็วกว่าที่คิด ภายหลังมีการเผยแพร่ภาพเสื้อยืดของบริษัท ที่สกรีนลายข้อความว่า “Keep Calm and Rape A Lot” (ใจเย็นๆ และข่มขืนเยอะๆ) ปรากฏบนเว็บไซต์อเม…ซอน จนสร้างความไม่พอใจต่อสาธารณชนและถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในสังคมและโลกออนไลน์อย่างรุนแรง
ทั้งนี้ ข้อความสกรีนบนเสื้อยืดดังกล่าว เป็นการล้อเลียนคำขวัญชื่อดัง “Keep Calm and Carry on” (ตั้งสติและใช้ชีวิตต่อไป) ที่ครั้งหนึ่งเคยปรากฏอยู่บนโปสเตอร์ในประเทศอังกฤษสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนถูกนำมาใช้และดัดแปลงใหม่อย่างแพร่หลายในสังคมออนไลน์ ด้วยการขึ้นต้นด้วยคำว่า Keep Calm แล้วต่อท้ายด้วยวลีต่างๆ ทั้งแบบจริงจังและสนุกสนาน
กรณีอื้อฉาวดังกล่าว ส่งผลให้เว็บไซต์อเมซอน เว็บขายของออนไลน์ที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นช่องทางการขายสินค้าหลักของบริษัท ลบรายชื่อสินค้าเสื้อยืดทั้งหมดลงจากเว็บเพจ ส่งผลบริษัทขาดรายได้ในทันที โดยจากเดิมที่มียอดสั่งซื้อสินค้าเฉลี่ย 400 ครั้งต่อวันเหลือเพียง 100 ครั้งอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดเหลือเพียงวันละ 3 ครั้งในเวลาไม่นาน
และถึงแม้ว่า ฟาวเลอร์ จะออกแถลงการณ์ขอโทษถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมอธิบายว่า ภาพเสื้อยืดสกรีนลายดังกล่าว เป็นความผิดพลาดของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่บริษัทใช้ เพื่อเสริมศักยภาพการดีไซน์ข้อความในการสกรีนเสื้อจากเดิมราว 1,000 รูปแบบเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านรูปแบบได้ในเวลาอันสั้นด้วยระบบสุ่มคำภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ตลอดจนยืนยันว่าเสื้อยืดอื้อฉาวดังกล่าว ไม่เคยถูกผลิตขึ้นมาเพื่อออกขายจริงแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าคำขอโทษดังกล่าวไม่สามารถกอบกู้ชื่อเสียงของธุรกิจได้ เห็นได้จากบริษัทยังได้รับจดหมายติอย่างต่อเนื่อง และยอดขายไม่ได้กระเตื้องขึ้นแม้แต่น้อย จนท้ายที่สุด ฟาวเลอร์ต้องปลดพนักงานออกทีละแผนกและสูญเงินอัดฉีดเพื่อพยุงธุรกิจในเฮือกสุดท้ายราว 3.5 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 1.05 ล้านบาท)
แม้ภายหลังต้องปิดกิจการลง หลังจากเปิดได้เพียง 5 ปี ฟาวเลอร์ตัดใจขายอุปกรณ์สำนักงานทั้งหมดเพื่อใช้ชำระค่าใช้จ่ายราว 1.25 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 3.75 ล้านบาท) แก่บริษัทคู่ค้าด้านการขนส่งสินค้าและโรงงานผลิตเสื้อ ทว่าฟาวเลอร์ยังต้องแบกรับภาระหนี้จำนวนมาก เป็นเหตุให้ฟาวเลอร์ถูกเจ้าหนี้โทรขู่ฆ่า เนื่องจากไม่มีเงินชำระหนี้ที่กู้ยืมนอกระบบมาอีกด้วย
“สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของผมเอง และผมก็ชดใช้กรรมนี้อย่างสาสม สิ่งที่ผมสร้างมาตลอดชีวิตตลอด 20 ปีที่ผ่านมา สูญสิ้นลงภายในพริบตา” หนุ่มนักธุรกิจให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นมันนี่
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าความล้มเหลวดังกล่าว ไม่ได้ทำให้ผู้ชายคนนี้ท้อแท้ได้เลย เพราะในตอนนี้ฟาวเลอร์ลุกขึ้นมาจัดตั้งธุรกิจพิมพ์เสื้อเล็กๆ อีกครั้ง ในออสเตรเลียอันเป็นบ้านเกิดของภรรยา
“ผมต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง ผมมีภรรยาและลูก 3 คนที่ต้องเลี้ยงดู ผมเป็นเจ้าของกิจการนะ ผมได้บทเรียนราคาแพงแล้ว และผมจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่นอน” ฟาวเลอร์ กล่าวทิ้งท้าย







