posttoday
Cooking on Safari

Cooking on Safari

04 กรกฎาคม 2556

หยิบหนังสือ Thai Cooking on Safari มาอ่าน ก็ทำให้นึกถึงอีกหนึ่งความประทับใจที่อยากแบ่งปันให้ผู้อ่านครับ

หยิบหนังสือ Thai Cooking on Safari มาอ่าน ก็ทำให้นึกถึงอีกหนึ่งความประทับใจที่อยากแบ่งปันให้ผู้อ่านครับ

เมื่อปีที่แล้วผมได้รับการติดต่อจากรุ่นน้องร่วมโรงเรียนเก่าอันเป็นที่รักคือ วชิราวุธวิทยาลัย ได้เห็นหน้าค่าตาน้องคนนี้ตั้งแต่เด็กๆ ปัจจุบันน้องกิ๊ก หรือ อาทิตย์ ประสาทกุล ก็มีหน้าที่การงานอยู่ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี กระทรวงการต่างประเทศ โครงการนี้ต้องการเผยแพร่การทำอาหารไทยให้แก่แอฟริกาตะวันออก กิ๊กก็มาถามผมว่ามีความเห็นอย่างไรบ้าง ผมก็บอกว่าน่าสนุกดี แต่ถ้าไหนๆ จะไปแล้ว ก็น่าจะใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมาทำอาหารไทยนะ จะได้มีความหลากหลายและสอดคล้องกับการกินอยู่ที่เป็นจริง กิ๊กหายไปพักใหญ่ พร้อมกลับมากับคำตอบว่า “โครงการได้รับการอนุมัติแล้ว ตามแนวคิดนั้นเลยครับ”

เดือน ก.ค. คณะเดินทางของเราซึ่งประกอบด้วยพ่อครัว (เชฟดอล์ฟ) นักเขียน (ม.ย.ร.มะลิ) ช่างภาพ (พี่ต้น) บก. (พี่นวล) อาร์ตไดฯ (พี่ยู) เจ้าของโรงเรียนอนุบาล (พี่เอ็ม) เจ้าของร้านอาหาร (น้าโอ๋) ครีเอถีบและการตลาด (ไม่ได้สะกดผิดนะครับ คือ เจ้าจิว) รวมกันเป็นทีมงานเฉพาะกิจออกเดินทางเสาะหาส่วนผสมและเครื่องปรุงสำหรับใช้ประกอบอาหารไทยในเคนยา ศูนย์กลางแอฟริกาตะวันออก ความท้าทายที่จะพิสูจน์ว่าอาหารไทยไม่ได้ปรุงยากอย่างที่หลายคนคิด

จากสุวรรณภูมิไปถึงไนโรบีใช้เวลาชั่วข้ามบรรทัด น้องกิ๊กไปรับเราที่สนามบินแล้วพาเข้าที่พักเพื่อวางแผนเริ่มการผจญภัยของคณะเรา เริ่มกันวันแรกกับตลาดผักและผลไม้ของไนโรบีที่อุดมสมบูรณ์มีแทบทุกอย่างเหมือนบ้านเรา แต่ที่ต่างนั่นคือรสชาติของวัตถุดิบเพราะความอุดมสมบูรณ์ของดิน ผักและผลไม้จึงหวานกรอบมีรสชาติเป็นที่สุด มีพริกที่เผ็ดมากแต่ไม่หอม มีข้าวพันธุ์ปิโชรี (Pishori) ที่อร่อย หอมเล็กน้อยแต่ไม่มียาง จึงไม่อร่อยเหมือนข้าวหอมมะลิของเรา มีมะนาว (Lime) ที่แพงอย่างน่าแปลกใจ ที่มารู้ภายหลังว่าเขาใช้ทำยาแก้ปวดท้อง ถ้าจะกินเปรี้ยวก็ใช้มะนาวเหลือง (Lemon) หรือน้ำส้มสายชูแทน ถึงแม้จะมีวัตถุดิบที่คล้ายคลึงกันมาก แต่มีวิธีการปรุงที่ต่างกัน มาติดตามการผจญภัยของคณะเรากันไปเรื่อยๆ นะครับ

เมนูแรกหลังไปจ่ายตลาดกลับมาพร้อมกับไก่สดที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ (Free Range) และโหระพาพุ่มใหญ่ๆ “ไก่บ้านผัดพริกแกง”

เนื้อสะโพกไก่หั่น 4 ชิ้น พริกแกงแดง 1/4 ถ้วยตวง

น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง

น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

พริกแดงซอยเส้น 23 เม็ด ใบโหระพา 1/2 ถ้วยตวง

1.ผัดไก่ด้วยน้ำมันจนเกรียมเล็กน้อย เติมพริกแกงแล้วผัดต่อจนหอม

2.เติมกะทิ น้ำปลา น้ำตาล แล้วเคี่ยวต่อจนงวด

3.เติมพริก โหระพา คลุกให้เข้ากันแล้วปิดไฟ ยกลง จัดเสิร์ฟ

จะเห็นได้ว่าเป็นวิธีทำที่ง่ายๆ อาจไม่เหมือนที่เราทำกัน แต่ต้องการให้คนแอฟริกันมาทดลองทำอาหารไทยเพื่อสื่อถึงรสชาติและวัฒนธรรมจากอาหารไทย ท่านผู้อ่านที่สนใจอยากท่องซาฟารีผ่านอาหารไทยกับหนังสือ Thai Cooking on Safari เขียนจดหมายมาได้เลยนะครับที่ [email protected] สวัสดีครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ