posttoday
สถานการณ์เด่น

สถานการณ์เด่น

04 กรกฎาคม 2556

สะพานประแสร์ ระยอง รุดหน้า

สะพานประแสร์ ระยอง รุดหน้า

นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทช.ได้ดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำประแสร์เชื่อมระหว่างบ้านสามแยก ต.ปากน้ำประแสร์ อ.แกลง และบ้านแหลมสน ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง เพื่อพัฒนาโครงข่ายถนนสำหรับการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลตะวันออก ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจาก จ.ระยอง สู่พื้นที่จันทบุรีและตราดได้อย่างต่อเนื่อง ร่นระยะการเดินทางเชื่อมต่อพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำได้กว่า 30 กม. และช่วยบรรเทาการจราจรบนถนนสุขุมวิท ซึ่งปัจจุบันเป็นเส้นทางหลักเพียงเส้นเดียว

ขณะนี้การดำเนินงานมีความก้าวหน้ากว่า 70% ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างตอม่อและพื้นสะพาน ใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 171 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือน ก.พ.ปีหน้าซึ่งจะช่วยเชื่อมโครงข่ายชายฝั่งทะเลตะวันออกให้สมบูรณ์

โดย ทช.ได้แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งที่ผ่านมา ทช.ได้ดำเนินการในส่วนแรกแล้วเสร็จคือก่อสร้างเป็นทางยกระดับเชิงลาดสะพานทั้งสองฝั่ง เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ขนาดกว้าง 11 เมตรยาว 1,200 เมตรโดยมีความสูงเฉลี่ยประมาณ1.5 เมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 146.9 ล้านบาท สำหรับส่วนที่ 2ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำ ขนาดผิวจราจรกว้าง 11เมตร ความยาว 889.60 เมตร มีทางเท้าด้านซ้ายทาง (ด้านริมทะเล) กว้าง 2 เมตร คาดแล้วเสร็จตามกำหนดอย่างแน่นอน

เร่งตำรวจสางคดีโกงแอลพีจี

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน. เปิดเผยว่า ได้หารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สอบถามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้จำหน่ายก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ผิดประเภท โดยนำแอลพีจีครัวเรือนไปจำหน่ายภาคขนส่ง ซึ่งได้ขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดดำเนินคดี เนื่องจากการติดตามคดีดังกล่าวผ่านไป 6 เดือน แต่ยังไม่มีการส่งฟ้องร้อง

ด้านตำรวจแจ้งให้ทราบว่าจากการสอบสวนผู้กระทำผิดอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ของ ปตท.แนะนำร้านค้า หรือโรงบรรจุก๊าซ ถึงช่องทางการกระทำผิดควรดำเนินการอย่างไร โดยเฉพาะช่องทางการนำแอลพีจีครัวเรือนที่จำหน่าย 18.13 บาท/กก. ไปจำหน่ายภาคยานยนต์ 21.38 บาท/กก. เพื่อทำกำไร ซึ่งได้กำชับตำรวจว่าหากใครกระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ ปตท.ระดับใด ขอให้แจ้งความเอาผิดอย่างตรงไปตรงมา

ทั้งนี้ พบว่ามีผู้ค้ามาตรา 7 ประมาณ 34 รายมีการกระทำผิด โดยขณะนี้กำลังรอสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สรุปเส้นทางการเงิน ส่วนผู้ต้องหาทั้งเจ้าของปั๊มแอลพีจีและโรงบรรจุก๊าซ มีประมาณ 137 ราย ซึ่งหลังจากมีการเข้มงวดการจำหน่ายผิดประเภทตั้งแต่เดือน ม.ค. 2556 ทำให้ยอดจำหน่ายแอลพีจีครัวเรือนปรับลดลง ในขณะที่แอลพีจีภาคขนส่งปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีรายได้ปรับสูงขึ้นกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี

เสนอรัฐลดต้นทุนทำนาจริงจัง

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลประกาศรับจำนำข้าวของเกษตรกรในราคา 1.5 หมื่นบาทต่อตันต่อไป เนื่องจากเกษตรกรได้ลงทุนไปแล้วเพื่อหวังราคาดังกล่าว ส่วนอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรจะต้องมีการหารือกับตัวแทนเกษตรกร ซึ่งราคาที่เหมาะสมจะต้องพิจารณาต้นทุนแท้จริงจากเกษตรกรด้วย เพราะตัวเลขของหน่วยงานรัฐต่างกันมาก

ในระยะยาวเห็นว่ารัฐบาลจำเป็นต้องมีนโยบายช่วยลดต้นทุนให้ชัดเจน เพื่อสร้างโอกาสแข่งขันในตลาด โดยเฉพาะเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอนาคต เนื่องจากต้นทุนชาวนาไทยสูงมาก รัฐควรจะช่วยเหลือเรื่องปัจจัยการผลิต อาทิ การจัดหาเมล็ดพันธุ์ข้าวและปุ๋ย ในขณะที่โครงการจำนำก็จำเป็นเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม

โดยล่าสุดสภาเกษตรกรได้ตั้งคณะกรรมการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเข้ามาดูแลนโยบายการโซนนิ่งพื้นที่เกษตร เพื่อช่วยกันพิจารณาว่าจะมีส่วนใดที่จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรและส่วนไหนที่เกษตรกรเสียประโยชน์

มหกรรมผลิตภัณฑ์เด่นทั่วไทย

นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีแผนจัดงานมหกรรมพาณิชย์ผลิตภัณฑ์เด่นทั่วไทย อีก 3 ครั้ง ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยจะจัดที่ จ.กาญจนบุรี อุบลราชธานี และที่กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ

งาน “มหกรรมพาณิชย์ผลิตภัณฑ์เด่นทั่วไทย ครั้งที่ 1” จัดในวันที่ 35 ก.ค.นี้ ณ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีการนำสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) เด่นระดับ 35 ดาวจากทั่วประเทศมาจำหน่ายในงาน ประกอบด้วยสินค้าประเภทอาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก และผลิตภัณฑ์สมุนไพร รวมทั้งได้นำสินค้าธงฟ้าประเภทเครื่องอุปโภคบริโภค และสินค้าราคาพิเศษ ได้แก่ ไข่ไก่ น้ำตาลทราย และน้ำมันพืช มาจำหน่ายเพื่อช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนขณะที่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้มีการเจริญเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนเป็นภารกิจที่สำคัญของกระทรวงพาณิชย์ ในการผลักดันนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลเพื่อสร้างรายได้ แก้ไขปัญหาความยากจน และเสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับฐานรากของประเทศ โดยรักษาไว้ซึ่งภูมิปัญญาของท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการดูแลราคาสินค้า ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ OTOP เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พัฒนาช่องทางการตลาด ยกระดับการส่งออก สร้างความสมดุลของเศรษฐกิจการค้าทั้งในระดับประเทศและการค้าระหว่างประเทนอกจากนี้ ยังมีการเจรจาธุรกิจ โดยเชิญผู้ค้าปลีกรายต่างๆ ได้แก่ เซ็นทรัล ฟู๊ดแลนด์ เดอะมอลล์ ตั้งฮั่วเส็ง โรบินสัน เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เป็นต้น สยามแม็คโคร และซีพี ตลอดจน ผู้ค้าปลีกรายอื่น ๆพบผู้ผลิตสินค้าโอท็อปโดยตรง ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท

ผู้เลี้ยงกุ้งเรียกร้องอียูยืดจีเอสพี

ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศรุดยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เรียกร้องให้อียูพิจารณายืดระยะเวลาในการตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ออกไป เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรหลังประสบปัญหาโรคกุ้งตายด่วนตั้งแต่ปลายปีที่แล้วทำให้ผลผลิตเสียหายกว่า 50%

นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย นำกลุ่มเกษตรกรเข้ายื่นหนังสือต่อทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เรียกร้องให้สหภาพยุโรปคงสิทธิจีเอสพีสินค้ากุ้งไทยต่อไป สหภาพยุโรปประกาศตัดสิทธิจีเอสพีสินค้าผลิตภัณฑ์ประมงแปรรูป รวมทั้งสินค้ากุ้งไปตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. 2555 ซึ่งจะทำให้สินค้ากุ้งแปรรูปจากไทยถูกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 20% ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2557 ขณะที่ประเทศส่งออกคู่แข่งของไทยที่ได้รับสิทธิเสียภาษีนำเข้าที่ 7%

สำหรับตัวแทนกลุ่มเกษตรกรที่ร่วมเดินทางมายื่นหนังสือให้กับ อียู เมื่อวานนี้ประกอบด้วย สมาคม/ชมรมผู้เลี้ยงกุ้ง จากจังหวัดต่างๆ เช่น สุราษฎร์ธานี จันทบุรี กระบี่ ตรัง สงขลา ปัตตานี และสตูล, สมาคมกุ้งตะวันออกไทย

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมกุ้งไทยประสบปัญหาโรคระบาดกุ้งตายด่วนตั้งแต่ปลายปี 2555 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ทำให้ผลผลิตลดลงร้อยละ 50 โดยคาดว่าผลผลิตกุ้งในปี 2556 จะอยู่ที่ประมาณ 250,000 ตัน จากภาวะปกติจะมีผลผลิตประมาณ 500,000-550,000 ตัน อย่างไรก็ตาม กรมประมงร่วมกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้พยายามดำเนินการแก้ปัญหาอย่างจริงจังเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะสามารถกลับมามีผลผลิตในระดับเดิมได้ในปี 2557


“เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยประสบปัญหาโรค อีเอ็มเอส ระบาดในทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นปัญหาหนักของอุตสาหกรรมและเกษตรกร หากโดนตัดภาษีพิเศษจีเอสพีอีก ก็จะเป็นการซ้ำเติมอุตสาหกรรมของไทย จึงอยากให้อียูคงสิทธิพิเศษดังกล่าวไว้อีกระยะในระหว่างที่อุตสาหกรรมกำลังพยายามฟื้นตัว” นายสมศักดิ์ ย้ำ


สหภาพยุโรปเคยให้คืนสิทธิพิเศษจีเอสพีให้กับสินค้ากุ้งไทย เมื่อครั้งเกิดภัยพิบัติซึนามิเมื่อปี 2547 เนื่องจากเกษตรกรไทยและพื้นที่เลี้ยงกุ้งได้รับความเสียหายเกือบหมด ประกอบกับอุตสาหกรรมกุ้งของไทยถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญ หากไม่ได้รับการช่วยเหลือ อาจทำให้อุตสาหกรรมนี้ล่มสลาย และจะกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมนี้ถึง 1.5 ล้านคน นายสมศักดิ์ กล่าว


กรมศุลกากร รายงานว่า การส่งออกกุ้งไทยไปสหภาพยุโรป เดือน มกราคมพฤษภาคม2556ปริมาณ 12,548 ตัน มูลค่า3,696ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2555 ในช่วงเวลาเดียวกัน ลดลงร้อยละ 38 โดยปริมาณ และ ลดลงร้อยละ 34 โดยมูลค่า สืบเนื่องจากผลผลิตที่ลดลง ขณะที่มีรายงานใน Eurostat ว่า ปี 2555ที่ผ่านมา สหภาพยุโรปนำเข้ากุ้ง ทั้งหมด 704,162 ตัน ขณะที่นำเข้ากุ้งจากไทย 50,021 ตัน

นายอันโตนิโอ้ เบอเรนเจอร์, หัวหน้าคณะผู้แทนการค้าและเศรษฐกิจ สำนักงานคณะผู้แทนการค้าสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ในฐานะตัวแทนฑูตอียู เป็นผู้ออกมารับหนังสือเรียกร้องดังกล่าว กล่าวว่า ทางออกที่ดีสุดขณะนี้คือการที่ประเทศไทยเจรจาการค้าเสรีไทยอียู เพื่อช่วยสนับสนุนการส่งออกของไทยในอนาคต

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ