
แม็คกรุ๊ปมั่นใจราคาสอบผ่านวันแรก
แม็คกรุ๊ป ยันนักลงทุนได้หุ้นดี ราคาเหมาะสม ให้ส่วนลด 40% งัดปันผล 22 สตางค์ กล่อมผู้ถือหุ้น
แม็คกรุ๊ป ยันนักลงทุนได้หุ้นดี ราคาเหมาะสม ให้ส่วนลด 40% งัดปันผล 22 สตางค์ กล่อมผู้ถือหุ้น
น.ส.สุวภา เจริญยิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต เปิดเผยว่า มั่นใจพื้นฐานบริษัท แม็คกรุ๊ป (MC) ซึ่ง บล.ธนชาต นำเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนในการจองซื้อหุ้น ขณะที่สภาพตลาดที่มีความผันผวนเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับหุ้นที่เข้าซื้อขายวันที่ 4 ก.ค. เป็นวันแรก เนื่องจากราคาหุ้นที่เสนอขายนักลงทุน 15 บาทต่อหุ้น เป็นราคาที่มีส่วนลด 40-50% จากราคาที่กำหนดไว้ 21-25 บาท ขณะที่สัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) MC อยู่ที่ 13 เท่า ต่ำกว่าพี/อีกลุ่มอยู่ที่ 30-33 เท่า
นอกจากนี้ นักลงทุนที่จองซื้อหุ้นจะได้รับเงินปันผลทันที 0.225 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า
“ในฐานะผู้ที่นำบริษัทเข้าตลาด เป็นหุ้นตัวแรกที่เข้าตลาดครึ่งปีหลัง ก็มีความหวังที่จะเห็นราคาเปิดสวยๆ เหนือราคาจองเหมือนกัน เป็นโอกาสที่นักลงทุนได้บริษัทดี ราคาเหมาะสม เพราะราคาที่เสนอขายเป็นราคาที่มีส่วนลดถึง 40% และยังมีปันผลทันทีให้ผู้ที่จองซื้อหุ้น” น.ส.สุวภา กล่าว
น.ส.ปรารถนา มงคลกุล ที่ปรึกษาและกรรมการบริหาร MC กล่าวว่า บริษัทจำหน่ายสินค้าหลายแบรนด์ประกอบด้วย Mc McLady McPink McMini และ Bison ซึ่งแต่ละแบรนด์จะเจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าแตกต่างกัน โดยบริษัทมุ่งผลิตกางเกงยีนส์เพื่อกลุ่มลูกค้าระดับกลางที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 37.9% โดยเน้นรูปทรงยีนส์แบบฟิตติ้ง จากช่องทางจำหน่ายที่มากที่สุด 511 สาขา เป็นร้านค้าปลีก 117 สาขา และจุดขายในห้างค้าปลีกสมัยใหม่ 394 สาขา และยังเพิ่มช่องทางผ่านเว็บไซต์ด้วย
นอกจากนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นไอพีโอส่วนหนึ่งไปลงทุนด้านคลังสินค้าและระบบไอที จะช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสินค้าคงคลังและการผลิตได้ยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) และบริษัทยังจะว่าจ้างให้คนนอกจัดซื้อผ้าและเย็บเป็นสินค้าสำเร็จรูป ทำให้บริษัทไม่ต้องรับภาระเรื่องค่าแรงที่สูงขึ้น
บริษัทมีผลประกอบการเติบโตสูงตั้งแต่ปี 2553-2555 โดยปี 2553 มีรายได้ 1,291.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 1,804.5 ล้านบาท ในปี 2554 และ 2,555.6 ล้านบาท ในปี 2555 ในอัตราเติบโต 39.7% และ 41.6% ตามลำดับ จากความสามารถในการขยายช่องทางขายจาก 405 จุด ในปี 2553 เป็น 511 จุด ในปี 2555
ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการบริษัทในต่างจังหวัดที่มีความภักดีต่อแบรนด์สูง โดยผลสำรวจพบว่าลูกค้ากลับมาซื้อยีนส์แม็ค 50%
น.ส.ปรารถนา กล่าวว่า ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่สูงสุดทำให้บริษัทมีอำนาจต่อรองในการสั่งซื้อวัตถุดิบจากผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ 10 รายแรก และบริษัทได้จ้างบริษัทนอกมาผลิตกางเกงยีนส์ โดยเป็นผู้กำหนดมาตรฐานในการผลิตด้วยความเชี่ยวชาญที่เคยเป็นผู้ผลิตมาก่อน
นางสุณี เสรีภาณุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MC ตั้งเป้าไว้ว่า สิ้นปีนี้จะมีรายได้ 4,000 ล้านบาท กำไรไม่ต่ำกว่า 700 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 600 ล้านบาท







