
สร้างกระแสวัยรุ่นด้วย "ฮอร์โมน"
ช่วงนี้กระแสหนังไทยมาแรง โดยเฉพาะค่ายจีทีเอช ที่นอกจากจะสร้างปรากฏการณ์ในวงการภาพยนตร์ไทยอย่างเรื่อง พี่มาก...พระโขนง ที่สร้างรายได้ถล่มทลายจนกลายเป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์หนังไทยไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้ และยังคงสร้างความแรงอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าคราวนี้เปลี่ยนจากจอภาพยนตร์มาอยู่ที่จอแก้วกันบ้าง ด้วยซีรี่ส์วัยรุ่นในชื่อ “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น” ที่ออกอากาศทุกวันเสาร์ 4 ทุ่ม ทางเคเบิ้ลทีวี ช่อง GMM ONE
ช่วงนี้กระแสหนังไทยมาแรง โดยเฉพาะค่ายจีทีเอช ที่นอกจากจะสร้างปรากฏการณ์ในวงการภาพยนตร์ไทยอย่างเรื่อง พี่มาก...พระโขนง ที่สร้างรายได้ถล่มทลายจนกลายเป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์หนังไทยไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้ และยังคงสร้างความแรงอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าคราวนี้เปลี่ยนจากจอภาพยนตร์มาอยู่ที่จอแก้วกันบ้าง ด้วยซีรี่ส์วัยรุ่นในชื่อ “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น” ที่ออกอากาศทุกวันเสาร์ 4 ทุ่ม ทางเคเบิ้ลทีวี ช่อง GMM ONE
ซีรี่ส์ที่ว่านี้กำกับโดย คุณย้งทรงยศ สุขมากอนันต์ ที่สร้างชื่อมาจากภาพยนตร์ ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น และ The Top Secret วัยรุ่นพันล้าน ร่วมกับบริษัท นาดาวบางกอก เล่าเรื่องละครซีรี่ส์ได้สนุกไม่ต่างไปจากการชมภาพยนตร์
แต่ความแรงที่ว่านี้ ไม่ใช่เพียงเพราะเนื้อหาที่สะท้อนถึงสังคมวัยรุ่นปัจจุบัน แต่เป็นความแรงในเรื่องของกระแสความนิยมของผู้ชมซะมากกว่า
เพราะหลังจากซีรี่ส์วัยรุ่นเรื่องนี้ออกอากาศได้เพียง 5 สัปดาห์ ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเพิ่ม Rating ความนิยมให้กับช่อง GMM ONE ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยดูจากตัวเลขจำนวนคนดูช่อง GMM ONE ที่เพิ่มขึ้นถึง 70% (กลุ่มอายุ 4 ขวบขึ้นไปทั่วประเทศ) โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 10-19 ปี ดูช่อง GMM ONE เพิ่มขึ้นถึง 267% และอีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจ คือ การเพิ่มขึ้นของคนดูในช่องนี้ ไม่ได้เพิ่มขึ้นเฉพาะกับกลุ่มวัยรุ่น แต่กลุ่มคุณพ่อคุณแม่ อายุ 40-49 ปี ดูช่อง GMM ONE เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเพิ่มขึ้น 132%
แต่อย่าลืมว่า ในยุคดิจิตอลเช่นนี้ คนดูไม่ได้ดูผ่านจอโทรทัศน์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังตามติดไปถึงจออื่นๆ ที่เราเรียกกันว่า MultiScreen ไม่ว่าจะเป็น จอบนมือถือ แท็บเล็ต หรือจอคอมพิวเตอร์ นี่ยังไม่ได้นับการพูดถึงใน Facebook และจำนวนคนดูซีรี่ส์ย้อนหลังในสื่อยอดนิยมอย่าง YouTube ซึ่งมียอดวิวเฉลี่ยจาก 5 ตอนแรก ถึง 2.5 ล้านวิวต่อตอน ภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งจำนวนนี้มากกว่าจำนวนผู้ชมรวมในช่องเคเบิ้ลเอง และยังมากกว่าหลายรายการในช่องฟรีทีวีด้วยซ้ำ
ละครเรื่องนี้จึงหักปากกาเซียนหลายๆ ท่านที่เคยปรามาสไว้ว่า รายการวัยรุ่นยังไงก็ไม่มีทางมีเรตติ้งสูงๆ หรือถ้าไปออกอากาศในช่องเคเบิ้ลก็คงไม่มีคนดู และสุดท้ายที่เจ็บช้ำสำหรับผู้ผลิตก็คือ ขายโฆษณาไม่ได้หรอก แต่ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาที่มีการออนแอร์ละครตอนที่ 6 มีสปอนเซอร์สนับสนุนเพิ่มจากที่มีเพียง 1 สินค้าเป็นมากกว่า 6 สินค้าแล้วอย่างรวดเร็ว
แต่การวางแผนซื้อสปอตโฆษณาแบบธรรมดา อาจจะช่วยสร้างแค่การจดจำในตัวแบรนด์ในขณะที่ชมสดๆ ผ่านเคเบิ้ลทีวีในขณะนั้นเท่านั้น และได้กลุ่มผู้ชมไปเพียงส่วนเดียว ไม่ได้ตามไปถึงกลุ่มผู้ชมบนโลกออนไลน์ที่ยังมีอีกมากมายหลายล้านคน ซึ่งกลุ่มนี้มักจะเน้นดูที่เนื้อหาของละครเป็นหลัก โดยไม่สนใจสปอตโฆษณา
ดังนั้น ในฐานะนักวางแผนสื่อโฆษณา จึงอยากจะขอแนะนำให้เจ้าของแบรนด์พิจารณาในการใช้ศิลปะการเอาผลิตภัณฑ์ของเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของตัวละครในเรื่องให้ได้แบบเท่ๆ โดยต้องไม่ให้ขัดใจกลุ่มคนดู หรือไม่ทำให้เสียอรรถรสในการชมจนเกินไป
วิธีการนี้นอกจากจะช่วยสร้างความคุ้นเคยระหว่างสินค้าและกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นได้อย่างแนบเนียนแล้ว ยังช่วยให้ได้ใจกลุ่มวัยว้าวุ่นที่นิยมใช้ของหรือแบรนด์ตามไอดอลของตัวเองไปได้แบบเต็มๆ อีกด้วย







