
เครื่องใช้ไฟฟ้าครึ่งแรกซบดิ้นปรับกลยุทธกู้ยอด
ผ่านไปเรียบร้อยสำหรับครึ่งปีแรกของปี 2556 หลายกลุ่มธุรกิจมีรายได้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้
โดย...จะเรียม สำรวจ
ผ่านไปเรียบร้อยสำหรับครึ่งปีแรกของปี 2556 หลายกลุ่มธุรกิจมีรายได้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ บางกลุ่มธุรกิจเติบโตเกินเป้าหมาย และบางกลุ่มธุรกิจเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอที ถือเป็นหนึ่งธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มที่ช่วงครึ่งปีแรกมีรายได้เติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากยอดขายสินค้าบางรายการปรับตัวลดลง ที่เห็นได้ชัดคือ กลุ่มสินค้าทีวีและคอมพิวเตอร์
ปัจจัยที่ทำให้ยอดขายกลุ่มสินค้าทีวีปรับตัวลดลงมากถึง 20% ในช่วงครึ่งปีแรก คงจะหนีไม่พ้นความสับสนของผู้บริโภค ภายหลังจากที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกมาประกาศเปลี่ยนสัญญาณการออกอากาศโทรทัศน์จากอะนาล็อกเป็นดิจิตอลเมื่อปีที่ผ่านมา
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคเกิดความสงสัย พร้อมกับความกลัวว่า การซื้อทีวีใหม่อาจรับสัญญาณดิจิตอลไม่ได้ เพราะปลายปีนี้ กสทช.ก็จะประกาศใช้อย่างเป็นทางการแล้ว จากเหตุปัจจัยดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อทีวีใหม่นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
สำหรับกลุ่มสินค้าคอมพิวเตอร์ที่มียอดขายลดลงไปกว่า 20% หลักๆ ก็เกิดจากการผู้บริโภคหันไปให้ความสนใจเทคโนโลยีใหม่ที่พัฒนาเข้ามาทำตลาด ไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟน
ถกล นิยมไทย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดกลุ่มแท็บเล็ตในช่วงครึ่งปีแรกมีอัตราการเติบโตที่ 300% ขณะที่กลุ่มสมาร์ทโฟนมียอดขายเติบโตอยู่ที่ 1,000%
จากยอดขายกลุ่มสินค้าแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนที่มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง จึงทำให้สามารถนำมาชดเชยกับยอดขายคอมพิวเตอร์ที่หายไปได้ แต่ในส่วนของทีวี สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ คือ การสร้างความเข้าใจเรื่องทีวีดิจิตอลกับผู้บริโภค เพื่อกระตุ้นยอดขายคืนมา
จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส บริหารสินค้า เพาเวอร์มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า ยอดขายของแผนกเพาเวอร์มอลล์ในช่วง 5 เดือนแรกมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 4% ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ทั้งปีที่คาดว่าจะเติบโต 56% เนื่องจากยอดขายสัดส่วน 20% ที่มาจากทีวีมีการปรับลดลงไป 20% เพราะผู้บริโภคชะลอการซื้อ
ทั้งนี้ จากยอดขายที่พลาดเป้าหมายดังกล่าว ส่งผลให้เพาเวอร์มอลล์ต้องออกมาทำกิจกรรมการตลาดในครึ่งปีหลังร่วมกับผู้ประกอบการสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและสถาบันการเงินมากขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
นอกจากนี้ กลยุทธ์ที่นำมาใช้ทำตลาดจะมีการแบ่งตลาดที่เฉพาะเจาะจงลงไป หรือเซ็กเมนเตชั่น และเน้นที่รายละเอียดของสินค้าใหม่มากขึ้น เพื่อให้การทำตลาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกช่วงเวลา และความต้องการของผู้บริโภค
กิจกรรมแรกที่เพาเวอร์มอลล์หยิบมาทำตลาดในครึ่งปีหลัง คือ งาน เพาเวอร์มอลล์ อิเลคโทรนิก้า โชว์เคส ขนสินค้าแบรนด์ดัง 200 แบรนด์ มาโชว์และจำหน่ายพร้อมกับมอบส่วนลดสูงสุด 36% สูงกว่าปีก่อนที่ลดสูงสุด 29% ระหว่างวันที่ 26 มิ.ย.7 ก.ค.นี้
หลังจากออกมาปรับกลยุทธ์การทำตลาด เพาเวอร์มอลล์คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 1.02 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 56%
ด้านเพาเวอร์บาย ค้าปลีกตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีอีกหนึ่งราย ยอมรับว่า ได้รับผลกระทบจากการชะลอซื้อทีวีและคอมพิวเตอร์ในช่วงครึ่งปีแรกเช่นกัน ซึ่งในครึ่งปีหลังนี้ก็พร้อมออกมากระตุ้นยอดขายเต็มสูบ
สอางทิพย์ อมรฉัตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย กล่าวว่า ภาพรวมรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกของเพาเวอร์บายมีอัตราการเติบโต 10% ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเติบโตได้ 15% เนื่องจากยอดขายทีวีและคอมพิวเตอร์ปรับลดลง
ผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้เพาเวอร์บายต้องปรับแผนการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลังเช่นกัน ด้วยการหันมาทำกิจกรรมการตลาดและโรดโชว์ไปตามสาขาต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วประเทศประมาณ 78 สาขา
กิจกรรมแรกที่เพาเวอร์บายเลือกมากระตุ้นยอดขายในช่วงครึ่งปีหลัง คือ การจัดงาน เพาเวอร์บาย เดย์ จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษในทุกสาขา หลังจากนั้นจะจัดงานใหญ่ โฮมเวิร์ค เอ็กซ์โป ปิดท้ายปลายปี
อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่เพาเวอร์บายมีแผนที่จะหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น คือ การขยายสาขาในรูปแบบสแตนด์อะโลน เพราะจากการทดลองเปิดให้บริการสาขาในรูปแบบดังกล่าวจำนวน 7 สาขา ได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดีและมียอดขายเติบโตสูงกว่าสาขาที่อยู่ภายในศูนย์การค้า
ดังนั้น ในปีนี้เพาเวอร์บายจึงมีแผนที่จะขยายสาขาสแตนด์อะโลนเพิ่มขึ้น 34 สาขา โดยสิ้นปีเพาเวอร์บายคาดว่าจะมีรายได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท เติบโตตามเป้าหมายที่ 15%
แม้ว่าผู้ประกอบการทั้งในฝั่งของผู้ผลิตและผู้จำหน่ายจะออกมาทำกิจกรรมการตลาด เพื่อกระตุ้นยอดขายกันอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถกระตุ้นอารมณ์การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคให้กลับคืนมาได้หรือไม่ เพราะปัจจัยลบหลายด้านยังคงรุมเร้า
จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี ทำให้มีการคาดการณ์ว่าภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าสิ้นปีนี้น่าจะมีมูลค่า 2.2 แสนล้านบาท เติบโต 67% ลดลงจากปีก่อนที่เติบโตประมาณ 9% และถือเป็นโค้งสุดท้ายที่จะได้เห็นการแข่งขันดุเดือดเลือดพล่านแน่นอน







