posttoday
แบงก์อิสลามฯหมดท่าขอดึงสำรองมาเป็นทุน

แบงก์อิสลามฯหมดท่าขอดึงสำรองมาเป็นทุน

04 กรกฎาคม 2556

ธนาคารอิสลามฯ หมดท่า อ้อนคลังขอเลิกใช้เกณฑ์สำรอง ธปท. เพื่อดึงเงินสำรองเอามาแก้เงินกองทุนติดลบ

ธนาคารอิสลามฯ หมดท่า อ้อนคลังขอเลิกใช้เกณฑ์สำรอง ธปท. เพื่อดึงเงินสำรองเอามาแก้เงินกองทุนติดลบ

นายธงรบ ด่านอำไพ ประธานกรรมการบริหารในฐานะรักษาการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยผลดำเนินงานและทิศทางการดำเนินงานว่า ธนาคารจะเสนอขอให้กระทรวงการคลังปรับเกณฑ์การตั้งสำรองหนี้จัดชั้นใหม่ โดยขอให้กลับมายึดตามเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง จากปัจจุบันที่ต้องตั้งสำรองตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งจะทำให้ธนาคารสามารถดึงเงินที่ได้ตั้งสำรองไปแล้ว 2.8 หมื่นล้านบาท จำนวนไม่น้อยกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท กลับมาเป็นเงินกองทุนได้

นายธงรบ กล่าวว่า หากกระทรวงการคลังอนุมัติจะทำให้เงินกองทุนที่ติดลบอยู่ 16.42% ปรับขึ้นมาเป็นบวก 16% ได้ภายในสิ้นปีนี้

นายธงรบ ชี้แจงว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารในงวดสิ้นเดือน พ.ค. อยู่ที่ 3.85 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 34.29% เพิ่มจากเดือน ธ.ค. 2555 ที่มีอยู่ 2.46 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 20.44% โดยในปี 2556 มีหนี้ตกชั้นมากถึง 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเกิดจากการระงับไม่ให้ทุนหมุนเวียนแก่ลูกหนี้ หรือปล่อยกู้ล่าช้าทำให้ลูกหนี้หนีไปใช้สินเชื่อธนาคารอื่น

ทั้งนี้ ในหนี้เสีย 3.8 หมื่นล้านบาทดังกล่าว ธนาคารได้ทยอยตั้งสำรองไปแล้ว 2.8 หมื่นล้านบาท แต่หากใช้เกณฑ์ตั้งสำรองของกระทรวงการคลัง ซึ่งจะต้องสำรองหนี้ที่ค้างชำระ 12 เดือน 100% จะสำรองเพียง 1.3 หมื่นล้านบาท แต่ถ้าใช้เกณฑ์ ธปท. ที่ต้องสำรอง 100% สำหรับหนี้ค้างชำระ 3 เดือน ธนาคารจะต้องสำรองเป็นเงิน 2.1 หมื่นล้านบาท อีกทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบงบการเงินแล้ว พบว่ามีการตั้งสำรองเกิน 7,000 ล้านบาท

“ถ้าเราขอกระทรวงการคลังเรื่องดึงเงินสำรองกลับมาได้ เรื่องแผนเพิ่มทุนให้ปลายปีนี้ก็ไม่จำเป็น และการขอกลับไปใช้เกณฑ์ของกระทรวงการคลัง เพราะเรายังไม่เข้มแข็ง” นายธงรบ กล่าว

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อในสิ้นปีนี้ไว้ 1.15 แสนล้านบาท จากยอดสินเชื่อ 1.12 แสนล้านบาท และตั้งเป้าดึงเงินฝากกลับมาอยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่มีอยู่ 1.02 แสนล้านบาท โดยจะขยายฐานเงินฝากในกลุ่มรัฐวิสาหกิจให้ได้ 8 หมื่นล้านบาท รายย่อย 3.9 หมื่นล้านบาท

นายครรชิต สิงห์สุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการไอแบงก์ กล่าวว่า ธนาคารตั้งเป้าลดหนี้เสีย 2 หมื่นล้านบาท จากหนี้เสียทั้งหมด 3.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเหลือหนี้เสีย 1.8 หมื่นล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ โดยปัจจุบันได้แก้หนี้ได้แล้ว 8,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้อีก 7,000 ล้านบาท คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในเดือน พ.ย. และมีลูกหนี้อีก 1 หมื่นล้านบาท ที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย คาดว่าจะเจรจาจบเพื่อทำแผนปรับโครงสร้างหนี้ได้ 5,000 ล้านบาท อีก 5,000 ล้านบาทคาดว่าเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี

“ในหนี้เสีย 3.8 หมื่นล้านบาท มีลูกหนี้ที่เป็นสินเชื่อธุรกิจและเอสเอ็มอีจำนวน 148 ราย คิดเป็นยอดหนี้เสีย 3.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งลูกหนี้กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ยังทำธุรกิจอยู่เชื่อว่าสามารถตามได้ ที่เหลืออีก 7,000 ล้านบาท เป็นลุกหนี้รายย่อย หนี้ที่เกิดจากนโยบายของรัฐ” นายครรชิตกล่าว

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร รองกรรมการผู้จัดการไอแบงก์กล่าวว่า ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 1.15 แสนล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันยอดสินเชื่ออยู่ที่ 1.12 แสนล้านบาท โดยจะเน้นปล่อยกู้ให้รายย่อย ลูกค้ามุสลิม เอสเอ็มอี โอทอป กองทุนตั้งตัวได้ รวมทั้งตั้งเป้าดึงเงินฝากกลับมาอยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท ก่อนสิ้นปีนี้จากปัจจุบันเงินฝากอยู่ที่ 1.02 แสนล้านบาท โดยจะขยายฐานเงินฝากรายใหญ่เช่นกลุ่มรัฐวิสาหกิจให้ได้ 8 หมื่นล้านบาท และขยายฐานรายย่อยให้ได้ 3.9 หมิ่นล้านบาท

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้ทำข้อตกลงเรื่องการใช้มาตรฐานทางบัญชี IAS 39 ตามเกณฑ์ของ ธปท. ซึ่งส่งผลให้แบงกรัฐทุกแห่งต้องเร่งตั้งสำรองตามเกณฑ์ของ ธปท.ให้ได้ภายในสิ้นปี 2556 นี้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน