
พณ.กำชับโรงสีเช็คสต็อกข้าวทุกเดือน
พาณิชย์แจงโรงสีเข้าใจนโยบายจำนำข้าว เร่งเชื่อมระบบออนไลน์เช็คสต็อกทุกเดือน เตรียมเปิดประมูลข้าว 5 แสนตันเดือนนี้
พาณิชย์แจงโรงสีเข้าใจนโยบายจำนำข้าว เร่งเชื่อมระบบออนไลน์เช็คสต็อกทุกเดือน เตรียมเปิดประมูลข้าว 5 แสนตันเดือนนี้
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ พร้อมด้วยนายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ประชุมหารือกับกรรมการสมาคมโรงสีข้าวไทย เพื่อขอบคุณที่ให้ความร่วมมือในโครงการรับจำนำข้าว 2 ปีที่ผ่านมา และทำความเข้าใจถึงนโยบายการรับจำนำข้าว หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้กลับมารับจำนำข้าวเปลือกเจ้า 100% ความชื้น 15% ในราคาตันละ 1.5 หมื่นบาท โดยจำกัดไม่เกิน 5 แสนบาทต่อครัวเรือน ให้มีผลจนถึงวันที่ 15 ก.ย. นี้ ยกเว้นภาคใต้ที่จะมีผลถึงวันที่ 30 พ.ย.
ทั้งนี้ ขอให้โรงสีข้าวที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลดำเนินการด้วยความโปร่งใส เพื่อให้นโยบายดังกล่าวมีประโยชน์ต่อระบบค้าข้าวของไทย พร้อมทั้งกำชับให้โรงสีข้าวเข้มงวดในการตรวจนับข้าวในโกดังให้มากขึ้น ควรตรวจสเช็คเป็นประจำทุกวัน โดยในอนาคตจะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อให้มีการเช็คสต็อกเข้าระบบออนไลน์ในทุกเดือน เพื่อลดปัญหาข้าวหายไปจากโกดังเหมือนที่ผ่านมา
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวถึงแนวทางการระบายข้าวในสต็อกรัฐบาลว่า จะใช้ทั้งการขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และแบบทั่วไปให้กับผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศ รวมทั้งการขายข้าวเปลือกในกรณีที่ผู้ซื้อมีคำสั่งซื้อข้าวนึ่งจากต่างประเทศและมีโรงสีดำเนินการเป็นการเฉพาะ ซึ่งต้องการให้เน้นประเทศเป้าหมาย อาทิ อาเซียน จีน และแอฟริกา รวมทั้งเร่งรัดการระบายผ่านตลาดซื้อขายล่วงหน้า (AFET) คาดว่า ภายในเดือนนี้จะมีการเปิดประมูลข้าวเป็นการทั่วไปในระยะแรก 5 แสนตัน โดยราคาจะพิจารณาไปตามภาวะตลาด
ด้านนายยรรยง กล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลมีมติกลับมาใช้ราคาจำนำในราคาตันละ 15,000 เท่าเดิม แต่ยกเลิกมาตรการผ่อนปรนให้เกษตรกรนำข้าวเข้ามาจำนำได้เกินอีก 20% จากจำนวนที่แจ้งในหนังสือรับรองเกษตรกร โดยให้รับจำนำตามปริมาณจริงที่แจ้งในใบรับรองเกษตรกรเท่านั้น ก็เพื่ออุดรอยรั้วการทุจริต และควบคุมปริมาณข้าวเข้าสู่โครงการไม่ให้เกิน 2.6 ล้านตัน
ขณะที่ นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงการป้องกันการทุจริตจากโครงการรับจำนำของโรงสีข้าวว่า เตรียมส่งข้อมูลการปูพรมตรวจสต็อกข้าว รวมทั้งบริษัทที่มีรายชื่อในบัญชีดำให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อประมวลผล จากนั้น สตช. จะส่งข้อมูลให้กรมการค้าภายในพิจารณาเอาผิดต่อไป โดยขณะนี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมรายชื่อโรงสี และคลังกลางของเอกชนที่ให้รัฐบาลเช่า ที่มีการตรวจสอบเอกสารรวมกว่า 10,000 รายการ เพื่อสำนักงานตำรวจแห่งตรวจข้อเท็จจริงอีกครั้ง ก่อนจะส่งข้อมูลให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้
ด้านนายมานัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย ยืนยันว่า โรงสีข้าวพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการรับจำนำข้าวต่อไป แม้ที่ผ่านมาจะมีปัญหาเรื่องราคารับจำนำบ้าง ส่วนการแก้ไขปัญหาการทุจริตของโรงสีข้าวนั้น หลังจากกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เข้าตรวจสอบสต็อกข้าวนั้นพบความผิดปกติเพียง 0.1% เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก และถือว่าสังคมรับรู้และมีความเข้าใจกันมากขึ้น โดยไม่มีการฮั้วกันกับรัฐบาลอย่างแน่นอน ซึ่งสมาคมฯพร้อมสนับสนุนให้รัฐบาลเอาผิดกับโรงสีที่กระทำความผิดอย่างเต็มที่







