
หุ่นยนต์ปลูกผม4มิติเครื่องแรกในไทย
ฟิลเทค เอ็นเตอร์ไพรส์ เกาะกระแสตลาดปลูกผมในเอเชีย–อเมริกาโตกว่า 40% นำเข้าหุ่นยนต์ปลูกผม 4 มิติ เครื่องแรกในไทย
ฟิลเทค เอ็นเตอร์ไพรส์ เกาะกระแสตลาดปลูกผมในเอเชีย–อเมริกาโตกว่า 40% นำเข้าหุ่นยนต์ปลูกผม 4 มิติ เครื่องแรกในไทย
นายอนุวัตร เลิศพิทักษ์สุนทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลเทค เอ็นเตอร์ไพรส์ (1994) ผู้นำด้านการนำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมนำเข้าหุ่นยนต์ปลูกถ่ายรากผม 4 มิติ (4D Hair Transplant Robot) แบรนด์ ARTAS จากสหรัฐอเมริกา มาให้บริการเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ปลายเดือนกรกฎาคมนี้ เกาะกระแสธุรกิจปลูกถ่ายรากผมที่ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในทวีปเอเชีย และอเมริกา
ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เข้ารับการปลูกถ่ายรากผมมากเป็นอันดับ 1 ของโลก รองลงมาเป็นทวีปเอเชีย ในปี 2554 สหรัฐอเมริกามีมูลค่าการผ่าตัดปลูกถ่ายรากผมกว่า 1,880 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับปี 2555 มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 50% คิดเป็นมูลค่ากว่า 2,820 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปีนี้ จะเติบโตขึ้นอีก 50% ทางด้านตลาดในเอเชียตั้งแต่ปี 2547-2555 มีจำนวนผู้เข้ารับการรักษาปลูกถ่ายรากผมเพิ่มขึ้น 345% และตลาดตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น 454% (ที่มา: www.ishrs.org หรือ International society of hair restoration surgery)
สำหรับ ธุรกิจปลูกถ่ายรากผมในประเทศไทย ก่อนหน้านี้ 4-5 ปี มีอัตราเติบโตเพียง 5-7% แต่ในปี 2555 กลับมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับปี 2554 และคาดการณ์ว่าในปีนี้จะสามารถเติบโตได้ถึง 60% มูลค่าการผ่าตัดปลูกถ่ายรากผมในประเทศไทยไทยปี 2554 อยู่ที่ 400-500 ล้านบาท ในปี 2555 เพิ่มขึ้นมาที่ 800 ล้านบาท และในปี 2556 คาดว่า จะมีมูลค่าถึง 1,300 ล้านบาท โดยกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายรากผมทั่วโลกคิดเป็นสัดส่วนชาย 86% และหญิง 14% โดยกว่าครึ่งหนึ่งมีอายุระหว่าง 30-49 ปี
"ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจปลูกถ่ายรากผมเติบโตขึ้นเป็นอย่างมากนั้นมาจากการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องจนได้ผลดีเป็นที่ยอมรับ อย่างกว้างขวาง จึงทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายขึ้น ซึ่งทางบริษัทฯ คาดว่าเป้าหมายจากครึ่งปีหลังของ 2556 ไปจนถึงสิ้นปี 2557 จะมียอดขายหุ่นยนต์ปลูกผม 4 มิติที่ 150 ล้านบาท" นายอนุวัตร กล่าว
นายอนุวัตร กล่าวว่า หุ่นยนต์ปลูกถ่ายรากผม 4 มิติ ถูกพัฒนาขึ้นในสหรัฐอเมริกา นับเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับว่าได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน โดยผ่านมาตรฐานการรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา หรือ FDA (Food and Drug Administration) เมื่อปี 2554 และผ่านการรับรองคุณภาพโดย อย. ประเทศไทย เมื่อต้นปี 2556 ปัจจุบันติดตั้งในอเมริกาแล้วกว่า 20 เครื่องและในทวีปเอเชียติดตั้งแล้ว 6 เครื่อง
การทำงานของหุ่นยนต์ จะมีหัวเข็มเจาะลงไปในจุดที่ต้องการจะย้ายรากผมออกมา จากนั้นจะปลูกรากผมลงไปในบริเวณที่ผมร่วงเพื่อปลูกสร้างแนวผม โดยมีการพัฒนาให้สนับสนุนการทำงานของแพทย์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ในการผ่าตัด ปลูกถ่ายรากผมแบบอัตโนมัติ มีการวิเคราะห์ตัวแปรต่างๆ เช่น ทิศทางของเส้นผม องศาและความลึกของรากผมทุกเส้นก่อนทำการเจาะรากผม จึงได้รากผมที่มีคุณภาพดีเท่ากันทุกเส้น อัตราการตายของรากผมที่สุ่มเจาะขึ้นมานั้นมีน้อยกว่า 8% ซึ่งน้อยกว่าการปลูกถ่ายด้วยวิธีอื่นถึง 4 เท่า ใช้หลักการการสุ่มเจาะแบบอัตโนมัติจึงช่วยลดระยะเวลาในการรักษาได้มากกว่า เดิมถึง 3 เท่า มีอาการบาดเจ็บและเป็นแผลน้อยกว่า จึงช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวได้เร็วมากขึ้นอีกด้วย ลักษณะทางกายภาพของเส้นผมหลังการรักษาจะดูเป็นธรรมชาติ และเติบโตได้เหมือนเส้นผมปกติ เส้นผมจะมีความทนทานและแข็งแรงมากกว่าการรักษาด้วยวิธีอื่น







