
จีนอัดสินเชื่อหนุนเอสเอ็มอี
เพิ่มเพดานวงเงินกู้อีก5.8หมื่นล้านประกันรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุน
เพิ่มเพดานวงเงินกู้อีก5.8หมื่นล้านประกันรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุน
ธนาคารกลางจีนเพิ่มเพดานสินเชื่อเพื่อเอสเอ็มอี พยุงรายย่อยทั่วประเทศท่ามกลางภาวะสินเชื่อตึงตัว
ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ประกาศมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ล่าสุดในสัปดาห์นี้ โดยจะเพิ่มโควต้าสินเชื่อเพื่อการปล่อยกู้ต่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ธุรกิจขนาดรากหญ้า และบุคคลทั่วไปในพื้นที่ชนบท อีก 1.2 หมื่นล้านหยวน (ราว 5.8 หมื่นล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ ในขณะที่จีนกำลังประสบกับภาวะสภาพคล่องตึงตัวในระบบการเงิน
สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า ปัจจุบันพีบีโอซีมีสัดส่วนการให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงินเพื่อการปล่อยสินเชื่อแก่ภาคธุรกิจ (รีเลนดิ้ง) แล้วทั้งหมด 1.62 แสนล้านหยวน ซึ่งราว 45% เป็นการให้สินเชื่อแก่ธุรกิจเอสเอ็มอี ขณะที่อีก 27% เป็นการปล่อยสินเชื่อให้แก่เกษตรกรและบุคคลทั่วไปในพื้นที่ชนบททั่วประเทศ
ทั้งนี้ สินเชื่อดังกล่าวนับเป็นเครื่องมือสำคัญที่ธนาคารกลางของจีนใช้เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงินในประเทศ และเพื่อเป็นแนวทางการปล่อยสินเชื่อของบรรดาสถาบันการเงินต่างๆ
แถลงการณ์ของพีบีโอซีระบุเพียงว่า การขยายมาตรการสินเชื่อรีเลนดิ้งครั้งนี้ จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มสินเชื่อเงินกู้ให้กับภาคธุรกิจขนาดรากหญ้า ธุรกิจขนาดเล็ก และบรรดาพื้นที่ในชนบท ทว่าไม่ได้ให้เหตุผลใดๆ เพิ่มเติม
มาตรการล่าสุดของพีบีโอซีครั้งนี้ มีขึ้นในขณะที่จีนกำลังเผชิญภาวะสินเชื่อที่ตึงตัว ซึ่งเริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่เดือน มิ.ย. และส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระยะสั้นระหว่างธนาคารพุ่งขึ้นไปถึง 12.58% หลังจากที่พีบีโอซีตัดสินใจไม่อัดฉีดสภาพคล่องในระบบการเงินเพิ่มเติมอีก เพื่อแก้ปัญหาการขยายตัวของธนาคารเงา หรือบรรดาสถาบันการเงิน เช่น ทรัสต์ ที่มักนำเงินไปลงทุนความเสี่ยงสูง จนอาจสร้างความเสี่ยงต่อระบบการเงินของจีนตามมา
การให้ความช่วยเหลือด้านสินเชื่อโดยตรงแก่ธุรกิจขนาดเล็กครั้งนี้ ยังเป็นการย้ำถึงทิศทางของจีนภายใต้ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ที่มุ่งปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว มากกว่าเน้นตัวเลขเศรษฐกิจที่หวือหวาในระยะสั้น







