
พนักงานอสมทไม่รับ70ล./ปีแพงเกิน
พนักงาน อสมท ชี้จ่าย 70 ล้าน/ปี ซื้อสิทธิถ่ายพรีเมียร์ลีกยังแพงไป เตรียมรวมพล 4 ก.ค.นี้
พนักงาน อสมท ชี้จ่าย 70 ล้าน/ปี ซื้อสิทธิถ่ายพรีเมียร์ลีกยังแพงไป เตรียมรวมพล 4 ก.ค.นี้
แหล่งข่าวจากบริษัท อสมท เปิดเผยว่า จากการที่บอร์ด อสมท จะสรุปผลการซื้อสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในวันที่ 4 ก.ค.นี้ พนักงาน อสมท ได้มีการหารือร่วมกันว่าอาจจะมีการเคลื่อนไหวรวมตัวกัน เพื่อเข้าฟังข้อสรุปการซื้อสิทธิการถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก โดยเห็นว่าเงินที่ อสมท ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดในรูปแบบการแบ่งรายได้จากโฆษณาให้กับบริษัท ซีทีเอช เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นเงิน 70 ล้านบาท/ปี ถือว่ายังเป็นเม็ดเงินที่สูงไป ซึ่งในตอนที่ช่อง 3 ทำร่วมกับทรูวิชั่นส์ยังไม่มีการจ่ายเงินมากเท่าตอนนี้
“คิดว่าบริษัท ซีทีเอช คงไม่โง่ที่จะเอาแมตช์ดีๆ มาให้ อสมท เลือกถ่ายทอดสด แต่บางคนกลับทำเป็นไม่รู้ นอกจากนี้คณะทำงานทั้ง 4 คนที่คณะกรรมการ อสมท ได้ตั้งขึ้นเพื่อไปเจรจาต่อรองกับซีทีเอช สามารถไว้ใจได้มากน้อยแค่ไหนเราก็ไม่รู้” แหล่งข่าวเปิดเผย
ด้านนายสุวิทย์ มิ่งมล ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท อสมท กล่าวว่า ในส่วนของสหภาพฯ ขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจาก อสมท ยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องของการซื้อสิทธิการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแต่อย่างใด
สำหรับกรณีที่จะมีพนักงานส่วนหนึ่งของ อสมท ออกมาเคลื่อนไหว เพราะไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงแบบการแบ่งรายได้ ตอนนี้ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่ขอยืนยันว่าในส่วนของสหภาพฯ จะยังไม่มีการเคลื่อนไหว และถ้ามีจะทำหนังสือออกมาอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา บอร์ด อสมท ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 4 คน ประกอบด้วย นายจักรพันธุ์ ยมจินดา รองประธานกรรมการ นายสุรชัย โฆษิตเสรีวงค์ กรรมการ นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการ และนายธนะชัย วงศ์ทองศรี รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท เพื่อเจรจาผลประโยชน์กับซีทีเอช โดยในวันที่ 4 ก.ค. เวลา 16.30 น. อสมท จะมีการแถลงผลสรุปการเจรจา
ขณะที่นายสุธรรม แสงประทุม ประธานกรรมการบอร์ด บริษัท อสมท ได้ออกมาชี้แจงว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะซื้อสิทธิในแบบแบ่งรายได้ โดย อสมท จ่ายค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดเพียงปีละ 70 ล้านบาท และนำผลประโยชน์ที่ได้จากการขายโฆษณาแบ่งกับซีทีเอชในอัตราส่วน อสมท 65% ซีทีเอช 35% ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่บอร์ด อสมท เห็นว่าลดแรงกดดันได้มากกว่าทางเลือกแรกที่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดแบบเบ็ดเสร็จ 165 ล้านบาทต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี







