
ฮัลโหลพม่า
พม่าเพิ่งประกาศรายชื่อ 2 บริษัทที่เข้าวิน ชนะประมูลใบอนุญาตสัมปทานธุรกิจโทรคมนาคม ได้แก่ เทเลนอร์ โมบายล์ คอมมิวนิเคชั่น ของนอร์เวย์ และโอเรดู จากกาตาร์ ท่ามกลางบริษัทที่เข้ารอบสุดท้ายทั้งหมด 11 ราย
พม่าเพิ่งประกาศรายชื่อ 2 บริษัทที่เข้าวิน ชนะประมูลใบอนุญาตสัมปทานธุรกิจโทรคมนาคม ได้แก่ เทเลนอร์ โมบายล์ คอมมิวนิเคชั่น ของนอร์เวย์ และโอเรดู จากกาตาร์ ท่ามกลางบริษัทที่เข้ารอบสุดท้ายทั้งหมด 11 ราย
สำหรับบริษัทที่มีชื่อติดอันดับสำรองคือ กลุ่มบริษัทร่วมทุนระหว่างออเรนจ์ของฝรั่งเศส และมารูเบนิ จากญี่ปุ่น เผื่อกรณีที่บริษัทผู้ชนะไม่สามารถทำตามข้อกำหนดได้
ทั้งนี้ ข้อกำหนดในการประมูลระบุให้สองบริษัทโทรคมนาคมที่ชนะการคัดเลือกใบอนุญาตประกอบกิจการด้านโทรคมนาคม 15 ปี จะต้องเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในระยะเวลา 9 เดือน โดยเริ่มนับตั้งแต่ส่งมอบใบอนุญาตให้ รวมทั้งลงทุนติดตั้งวางโครงข่ายการสื่อสารให้ครอบคลุมพื้นที่ 1 ใน 4 ของประเทศภายในระยะเวลา 1 ปี และ3 ใน 4 ของพื้นที่ทั่วประเทศ ภายในระยะเวลา 5 ปี
สำหรับเทเลนอร์ฯ และโอเรดู ชัยชนะครั้งนี้ช่วยย้ำหลักหมุดธุรกิจในเอเชียให้แน่นหนามากขึ้น โดยปัจจุบันเทเลนอร์ฯ มีธุรกิจกระจายในภูมิภาคนี้ ทั้งอินเดีย ปากีสถาน ไทย มาเลเซีย และบังกลาเทศ ขณะที่โอเรดู ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือกาตาร์ เทเลคอม ธุรกิจของรัฐบาลกาตาร์ ดำเนินธุรกิจในลาว สิงคโปร์ ปากีสถาน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
ขณะที่ตลาดโทรคมนาคมในพม่ายังมีโอกาสอีกมหาศาล ในฐานะตลาดโทรคมนาคมแห่งสุดท้ายในโลกที่ยังไม่มีใครรุกล้ำเข้ามาหาประโยชน์
จากข้อมูลพบว่า ปีที่แล้วมีชาวพม่าแค่ 5.4 ล้านราย ที่จดทะเบียนใช้โทรศัพท์มือถือจากจำนวนประชากรทั้งประเทศ 60 ล้านคน อัตราการเข้าถึงมือถือของคนพม่าอยู่ที่ราว 9% เทียบกับเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่ 70% ลาว 87% และไทยที่มากกว่า 100%
รัฐบาลพม่าตั้งเป้าที่จะเพิ่มอัตราการเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือให้ได้ 7580% ภายในปี 2559 และคาดว่าทางการพม่าจะผ่านกฎหมายโทรคมนาคมฉบับใหม่ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า
แต่น่าสังเกตว่า ชัยชนะของโอเรดูจากกาตาร์สร้างความแปลกใจให้กับหลายๆ คน เพราะนอกจากจะเป็นม้ามืดคว้าชิ้นปลามันเหนือคู่แข่งรายใหญ่ๆ อย่างสิงคโปร์ เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ (สิงเทล) ภารติ แอร์เทล ของอินเดีย เคดีดีไอ คอร์ป ของญี่ปุ่น และดิจิเซล ชัยชนะของโอเรดูยังเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสขัดแย้งระหว่างชาวพุทธและมุสลิมในพม่า
เห็นได้จากกระแสสื่อสังคมออนไลน์ในประเทศ ซึ่งบางส่วนแสดงท่าทีผิดหวังกับการตัดสินใจของรัฐบาลพม่าที่ให้บริษัทจากกาตาร์ชนะการประมูลครั้งนี้ และเรียกร้องให้บอยคอตบริการของบริษัทกาตาร์ ซึ่งนี่สะท้อนถึงความขัดแย้งระหว่างชาวพุทธที่เป็นคนส่วนใหญ่กับชาวมุสลิมที่เป็นคนส่วนน้อยของประเทศ และกำลังขยายวงมาถึงภาคธุรกิจ
จึงมีคำถามตามมาว่า โอเรดูจะทำธุรกิจได้อย่างไร ท่ามกลางกระแสต่อต้านมุสลิมในพม่า ซึ่งเป็นเหมือนระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ
นอกจากนี้ เส้นทางธุรกิจทั้งโอเรดูและเทเลนอร์ฯ ก็ไม่ใช่จะโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมในพม่าที่แทบจะไม่มีอยู่เลย ขณะที่ประชากรส่วนใหญ่ยังคงยากจน โดยในปี 2553 ชาวพม่ามีรายได้เฉลี่ยปีละ 876 เหรียญสหรัฐ ต่ำสุดในภูมิภาคนี้ ซึ่งผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ จึงต้องคำนวณกำลังซื้อให้รอบคอบ







