
ชีวิตพลิกผันในห้องขังเปลี่ยนคนคุกเป็นนักธุรกิจ
คำว่า “อดีตนักโทษ” อาจเป็นตราบาปที่ทำให้ชีวิตของหลายคนต้องเผชิญกับความยากลำบากไปอีกนาน
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
คำว่า “อดีตนักโทษ” อาจเป็นตราบาปที่ทำให้ชีวิตของหลายคนต้องเผชิญกับความยากลำบากไปอีกนาน แม้ว่าจะออกมาจากพื้นที่คุมขังได้แล้ว เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการหางาน หรือเข้าทำงานที่ไหนสักแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำธุรกิจเป็นของตัวเอง
ทว่า มีโครงการของสหรัฐและอังกฤษที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้อดีตนักโทษสามารถกลับไปใช้ชีวิตใหม่ที่ยั่งยืนได้อีกครั้ง โดยการจัดการสอนและการอบรมที่ช่วยให้นักโทษสามารถจัดตั้งธุรกิจของตัวเอง และสามารถยืนอยู่บนลำแข้งตัวเองได้อย่างมั่นคง
รัฐเท็กซัส สหรัฐ มีการเสนอโครงการ “ความเป็นผู้ประกอบการสำหรับนักโทษ” (พีอีพี) ซึ่งจะทำงานร่วมกับนักโทษชาย โดยจนถึงปัจจุบันมีนักโทษที่เข้าร่วมโครงการนี้ทั้งหมดกว่า 1,200 คน ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2547
เจเรมี เกรกก์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาของพีอีพี กล่าวว่า เป้าหมายของโครงการนี้ไม่ได้ต้องการให้คนยกโทษให้กับความผิดในสิ่งที่ทำ แต่ต้องการให้นักโทษได้เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่ต้องกลับมาที่คุกอีก เพราะแต่ละปีนักโทษที่ถูกปล่อยตัวกว่าครึ่งจะกลับมาที่คุกอีกครั้ง
“ความท้าทายก็คือ การทำให้พวกเขาออกจากคุกและไม่ต้องกลับมาอีก โดยการช่วยพวกเขาตั้งบริษัทของตัวเอง หรืออะไรก็ได้ที่มากกว่าแค่ทำงานได้” เกรกก์ กล่าว
ทว่า โปรแกรมดังกล่าวจะเปิดให้เฉพาะนักโทษชายที่เรียนจบมัธยมปลายและไม่ได้มีคดีความผิดทางเพศ นอกจากนี้ นักโทษที่จะเข้าโครงการนี้ได้ต้องผ่านการทดสอบทั้งข้อเขียนและการสัมภาษณ์ โดยจะได้เรียนเกี่ยวกับธุรกิจเป็นเวลา 1 ปีเต็ม ก่อนจะได้ใบรับรองการเป็นผู้ประกอบการจากมหาวิทยาลัยเบย์เลอร์
เกรกก์ กล่าวว่า มีธุรกิจมากกว่า 120 ธุรกิจที่พีอีพีให้การสนับสนุน และธุรกิจเหล่านั้นเข้มแข็งอย่างมาก ซึ่งในจำนวนนี้มีธุรกิจ 2 ธุรกิจที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,000 ล้านบาท)
ในขณะที่อังกฤษ มีมูลนิธิ “สตาร์ทอัพ” ที่ตั้งขึ้นในปี 2549 ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อให้นักโทษหญิงกลายเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในการทำธุรกิจ
สำหรับการสมัครเข้าแผนของสตาร์ทอัพได้ตั้งแต่ตอนที่เป็นนักโทษ ซึ่งไม่ว่าจะมีความผิดฐานอะไรก็สามารถเข้าร่วมกับสตาร์ทอัพได้ทั้งสิ้น โดยในแต่ละกลุ่มย่อยจะมีนักโทษ 4 คน โดยทุกคนจะต้องเข้าเรียนในห้องเรียนทุกสัปดาห์เป็นเวลา 1 ปี และจะมี 2 คนที่จะได้รับการช่วยเหลือในการวางแผนธุรกิจ ในขณะที่จะมี 1 คน ที่ได้รับเงินทุนเพื่อเป็นการสนับสนุนไอเดียการตั้งธุรกิจจำนวน 2,500 ปอนด์ (ราว 1.13 แสนบาท)
จูเลียต โฮป ผู้ก่อตั้งและประธานบริการของสตาร์ทอัพ กล่าวว่า หากไม่มีมูลนิธินี้นักโทษหญิงต้องกลับไปในสังคมโดยที่ไม่ได้รับการยอมรับ ไม่ถูกจ้างงาน และแน่นอนว่าจะไม่ได้สินเชื่อในการทำธุรกิจ พร้อมยังเล่าถึงความสำเร็จว่า แต่ละปีจะมีนักโทษหญิง 700 คน เข้าร่วมโครงการ โดยมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ต้องกลับเข้าไปในคุกอีกครั้ง
โรสลิน คอลเลนเดอร์ หญิงชาวอังกฤษวัย 57 ปี อดีตนักโทษที่ถูกตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา 4 ปีครึ่ง ด้วยคดีขายยาเสพติด และยังเป็นผู้เสพติดโคเคนอย่างหนัก ได้เล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเองก่อนที่จะได้เข้าร่วมกับสตาร์ทอัพ
“ในตอนนั้นฉันพยายามจะฆ่าตัวตาย และควบคุมตัวเองไม่ได้เพราะติดยาอย่างหนัก ฉันแค่อยากจะหลับไปโดยที่ไม่ต้องตื่นมาอีก” อดีตนักโทษหญิง กล่าว
หลังจากที่คอลเลนเดอร์อยู่ในคุกเป็นเวลา 2 ปี และสามารถเลิกยาได้ในปี 2552 ก็มีคนแนะนำให้คอลเลนเดอร์รู้จักกับสตาร์ทอัพ และชีวิตของหญิงคนนี้ก็เปลี่ยนไป โดยตอนนี้อดีตนักโทษคนนี้ได้เป็นแม่ค้าขายผลิตภัณฑ์เสริมความงามมาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปีแล้ว พร้อมกับมีแผนที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ของตัวเองขึ้นมาในอนาคตอีกด้วย แม้จะบอกว่าตอนนี้ยังไม่สามารถสร้างรายได้ได้เป็นกอบเป็นกำ แต่บอกว่าจะทำงานให้หนักขึ้น
“ถ้าไม่มีสตาร์ทอัพฉันต้องกลับไปอยู่ในคุกหรือกลับไปติดยาอย่างแน่นอน เพราะนอกจากสตาร์ทอัพจะเปลี่ยนชีวิตฉันแล้ว ยังช่วยให้ฉันรู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนเลวแม้แต่น้อย” คอลเลนเดอร์ กล่าว







