
"ครีเอทีฟ" แนวรบใหม่ ขับเคลื่อนเอสเอ็มอี ยุคดิจิตอล
“นพพล ชูกลิ่น” กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท RBS GROUP กล่าวในงานสัมมนา “โพสต์ทูเดย์ เค เอสเอ็มอี เอ็กซ์โป 2013” ในหัวข้อ “ทรัพย์สินทางปัญญากับครีเอทีฟ เอสเอ็มอี” ว่า การทำธุรกิจในปัจจุบัน สิ่งที่สำคัญมากสุดคือ การใช้นวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและปรับองค์กรเป็นครีเอทีฟ เอสเอ็มอี ที่มีสินค้าสุดโดดเด่นและมีดีไซน์สุดล้ำ ไม่เหมือนใคร
“นพพล ชูกลิ่น” กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท RBS GROUP กล่าวในงานสัมมนา “โพสต์ทูเดย์ เค เอสเอ็มอี เอ็กซ์โป 2013” ในหัวข้อ “ทรัพย์สินทางปัญญากับครีเอทีฟ เอสเอ็มอี” ว่า การทำธุรกิจในปัจจุบัน สิ่งที่สำคัญมากสุดคือ การใช้นวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและปรับองค์กรเป็นครีเอทีฟ เอสเอ็มอี ที่มีสินค้าสุดโดดเด่นและมีดีไซน์สุดล้ำ ไม่เหมือนใคร
“นวัตกรรม” ไม่ได้หมายความว่า การมีเทคโนโลยีใหม่เท่านั้น แต่หมายถึงการเป็นธุรกิจที่มีเทคโนโลยีนำหน้า มีพลังสร้างสรรค์สิ่งใหม่ คือความเข้มแข็งขององค์กรระยะยาว กระตุ้นให้นวัตกรรมเป็นส่วนผสมในองค์กร ทำให้พนักงานทุกฝ่ายพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจร่วมกัน
ส่วนผู้นำองค์กรที่มีความสำคัญมากสุด เพราะต้องเป็นผู้นำที่เข้าใจธุรกิจลึกซึ้ง มีคาแร็กเตอร์ชัดเจน เพื่อให้พนักงานเกิดความรู้สึกพร้อมเดินหน้าธุรกิจด้วยกัน แต่หากบริษัทใดที่พนักงานไม่ไปในทิศทางเดียวกันจะอยู่รอดลำบาก
ขณะที่การพัฒนาสินค้าต้องคิดแบบนอกกรอบ ใส่ความคิดสร้างสรรค์ จนสร้างเป็นวัฒนธรรมของบริษัท พร้อมผลิตสินค้าใหม่ๆ ที่ขายได้ทั่วโลก
พร้อมกันนี้ต้องวางแผนธุรกิจระยะยาวเพื่อสำรวจความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างไร จึงวางแผนผลิตสินค้าล่วงหน้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง หรือสต๊อกสินค้าปริมาณมาก ซึ่งบริษัทสามารถสต๊อกสินค้าได้น้อยกว่ายอดขายถึง 4 เท่า มาจากการวางแผนล่วงหน้า จึงมีต้นทุนต่ำ แตกต่างจากบริษัทอื่นที่มีปัญหาต้นทุนสูงจากการสต๊อกสินค้าปริมาณมาก
ในปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ออกแบบชั้นวางสินค้าให้แก่เซเว่นอีเลฟเว่นและห้างค้าปลีก รวมทั้งออกแบบงานให้แก่ลูกค้าที่ต้องการงานดีไซน์ ใช้หลักการบริหารธุรกิจ ไม่ได้มุ่งขายสินค้า แต่ช่วยลูกค้าวางแผนธุรกิจ ออกแบบสินค้า และวางแผนอนาคตให้ลูกค้า
ยกตัวอย่างลูกค้า “เซเว่นอีเลฟเว่น” ซึ่งบริษัทออกแบบและติดตั้งชั้นวางให้ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยเฉลี่ยเซเว่นอีเลฟเว่นจะเปิดสาขาใหม่ประมาณ 4.7 สาขาต่อวัน บริษัทต้องติดตั้งชั้นวางในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในเวลา 48 ชั่วโมง ก่อนร้านเปิดให้บริการ แต่ละสาขามีชิ้นส่วนประกอบประมาณ 8,0001 หมื่นชิ้น ใช้เวลาติดตั้ง 6 ชั่วโมงต่อสาขา ดังนั้น การวางแผนขนส่งสินค้าไปสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ จึงสำคัญมากที่สุด
เหตุผลหลักที่บริษัทวางแผนขนส่งสินค้าได้มาจากการเก็บข้อมูลของลูกค้ายาวนาน จึงรู้ความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นและเป็นคู่ค้าทางธุรกิจต่อเนื่อง ถือว่าบริษัทเป็นผู้นำในธุรกิจของไทยที่ไม่มีคู่แข่งลอกเลียนสินค้าและงานดีไซน์ได้
ส่วนตลาดต่างประเทศ ได้มองอนาคตไปอีก 10 ปีข้างหน้า เสือตัวใหม่ในเศรษฐกิจโลกจะเป็น “ทวีปแอฟริกา” เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมหาศาล มีทรัพยากรทุกอย่าง ยกเว้นน้ำมัน ดังนั้น บริษัทได้ส่งพนักงานเข้าไปศึกษาตลาดและหาแนวทางรุกตลาดแล้ว เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในทวีปดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทมีความพร้อมและขยายตลาดได้เร็วกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ ทั่วโลก
และสิ่งสำคัญที่สุด อยากให้เอสเอ็มอีปรับแนวคิดใหม่ ไม่ควรประเมินบริษัทใดประสบความสำเร็จจากขนาดธุรกิจว่าเป็นบริษัทใหญ่หรือเล็ก เพราะบริษัทที่มีขนาดเล็กหรือมีพนักงาน 34 คน สามารถสร้างยอดขายสูงกว่าบริษัทที่มีขนาดใหญ่ได้แล้ว วัดได้จากบริษัทขนาดเล็กทั่วโลกหลายล้านแห่งสามารถสร้างยอดขายได้สูงเกินบริษัทขนาดใหญ่
ดังนั้น เอสเอ็มอีไม่ต้องมาสนใจกับเรื่องขนาดธุรกิจ แต่ควรสนใจการพัฒนาสินค้า การมีนวัตกรรมใหม่และการพร้อมแข่งขันและก้าวไปในตลาดโลก หันมาประเมินว่าบริษัทที่แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จ ต้องดูจากกระแสเงินสด และความสามารถในการชำระหนี้เป็นอย่างไร
“เอสเอ็มอีไม่ต้องห่วงว่าบริษัทจะมีขนาดเล็ก เพราะไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป ต้องหันไปสร้างนวัตกรรมใหม่ มีเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง โดดเด่น ไม่มีบริษัทใดตามได้ทัน เพื่อเป็นครีเอทีฟ เอสเอ็มอี พร้อมรุกทุกตลาด” นพพล กล่าวทิ้งท้าย







