posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

02 กรกฎาคม 2556

กบง.จ่อลดเก็บดีเซล

กบง.จ่อลดเก็บดีเซล

รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน แจ้งว่า ขณะนี้แนวโน้มราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าการตลาดน้ำมันของดีเซลอยู่ในระดับที่ต่ำ มีโอกาสที่จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของดีเซลลง โดยเดิมกำหนดให้มีการประชุม กบง. ในวันที่ 1 ก.ค. แต่ได้ยกเลิกไป เนื่องจากขอติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกห้ชัดเจนอีกครั้งก่อน หากราคาตลาดโลกปรับสูงขึ้นมีโอกาสที่จะลดเก็บเงินจากดีเซล เนื่องจากมีค่าการตลาดอยู่ที่ 1.03 บาท/ลิตรเท่านั้น โดยปัจจุบันมีอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ อยู่ที่ 2.10 บาท/ลิตร

สำหรับราคาน้ำมันครึ่งปีหลังคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบจะยังคงผันผวนจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีนและยุโรป การชะลอมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงินของสหรัฐ และต้องจับตาตัวเลขเศรษฐกิจและความขัดแย้งต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลักของโลกในตะวันออกกลางและแอฟริกา โดยราคาน้ำมันดิบดูไบในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะเคลื่อนไหวที่ระดับ 95105 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ย้ายค่ายเบอร์เดิมเหลือ 29 บาท

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ค่าบริการย้ายค่ายเบอร์เดิมลดราคาจาก 99 บาท เหลือ 29 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งหากผู้ให้บริการรายใดยังไม่ลดราคา ผู้ใช้บริการสามารถร้องเรียนมาที่ กสทช.ได้ เนื่องจากตามมติคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องลดราคาเหลือ 29 บาท ภายในวันที่ 30 มิ.ย. ซึ่งราคาที่ได้ข้อสรุปนั้นไม่ใช่ราคาที่ กทค.กำหนด แต่เป็นราคาที่ผู้ให้บริการเสนอมาเอง ทั้งนี้ สาเหตุที่ กทค.ต้องมีมติให้ลดราคาค่าธรรมเนียมลงนั้น เนื่องจากพบว่าราคาเดิม 99 บาท สูงกว่าราคาต้นทุนมาก ซึ่งปัจจุบันได้ขยายปริมาณการโอนย้ายจาก1 หมื่นราย เพิ่มเป็น 3 แสนราย ต่อวัน ดังนั้นจึงส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงมาก

ยันซ้ำข้าวไทยไม่มีปัญหาเข้าสหรัฐ

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐตรวจสอบข้าวเหนียวดำของบริษัท ยูนิเวอร์แซลไรซ์ ขนาดบรรจุ 510 กิโลกรัม จำนวน 200 ชิ้น ในตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเหตุเกิดเมื่อเดือน เม.ย. 2556 ซึ่งพบว่ามีสารดีดีอี ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของสารดีดีที ตกค้างนั้น บริษัทได้ชี้แจง และกรมวิชาการเกษตรของไทยได้ยืนยันว่าห้ามใช้สารเคมีตัวดังกล่าวในวงการเกษตรไทยมากว่า 10 ปี ซึ่งทางสหรัฐเข้าใจ และได้ส่งข้าวล็อตดังกล่าวกลับมายังไทย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังอนุญาตให้บริษัทนี้ส่งได้ต่อไป และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีบริษัทเอกชนไทยรายใดจาก 31 รายที่ส่งออกโดนขึ้นบัญชีดำจากสหรัฐ หรือห้ามส่งข้าวไปสหรัฐแต่อย่างใด และที่ผ่านมายังไม่มีการตรวจพบสารรมข้าวในข้าวที่ส่งออกไปยังสหรัฐ

“ขบวนการตรวจสอบสินค้าเข้าประเทศเป็นขั้นตอนปกติของทุกประเทศ เมื่อพบสารเจือปน หรือการปนเปื้อนสารเคมี ก็จะมีการสั่งกักเพื่อสอบ และบริษัทส่งออกจะต้องเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด และหากตรวจสอบสินค้าการส่งออกพบการเจือปน 5 ครั้งก็จะโดนขึ้นบัญชีดำ” รมว.เกษตรฯ กล่าว

ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรได้ส่งรายงานการตรวจสอบตัวอย่างข้าวสารที่วางจำหน่ายในห้างค้าปลีกและร้านค้าทั่วไปจำนวน 40 ตัวอย่าง ไม่พบสารเคมีเมทิลโบรไมล์และฟอสฟินตกค้างแต่อย่างใด

รองนายกรัฐมนตรีและรมว. ตั้งข้อสังเกตว่า ข่าวที่เกิดขึ้นเป็นการจงใจปล่อยข่าว เพื่อทำลายตลาดและความเชื่อมั่นของข้าวไทย เพราะในขณะที่ประเทศมีประเด็นเรื่องการใช้สารรมข้าว แต่เมื่อไม่อันตรายก็ไปปรากฏข่าวว่ากักข้าวที่สหรัฐ ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน เพราะการตรวจสอบสินค้านำเข้าประเทศเป็นขบวนการปกติ อย่างไรก็ตาม จะพยายามชี้แจงทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย

นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ส่ง เอกสารจาก ลงวันที่ 29 มิ.ย. 2556 ชี้แจงข้อมูล ถึงกรณีอย.สหรัฐประกาศแจ้งเตือนกักสินค้าข้าวนำเข้าของไทย ชี้ว่ากรณีที่สื่อมานำเผยแพร่นั้นเป็นประกาศเพิ่มเติมของสหรัฐในเรื่องการสุ่มตรวจตามขั้นตอนปกติเฝ้าระวังไม่ให้มีสารกำจัดศัตรูพืชต้องห้ามเข้าประเทศในสินค้านำเข้าของสหรัฐ โดยประกาศเมื่อ 28 มิ.ย. 2556 ที่ผ่านมาประกาศ เพิ่มเติม Import Atere 2 กรณี อย่างไรก็ตามในการตรวจตามขั้นตอนดังกล่าวมีเพียงสินค้ารายการเดียวจากไทยที่ถูกตรวจสอบคือพริกแห้ง ขณะที่มีอีก 26 บริษัทถูกกักเพื่อตรวจสอบในเรื่องของลำไยอบแห้ง ทุเรียนเป็นต้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ