
ศก.แย่คนซื้อประกันราคาถูก
ประหยัดเบี้ยยอมลดความคุ้มครองลงผ่อนชำระดอก0%ผ่านบัตรเครดิตฮิต
ประหยัดเบี้ยยอมลดความคุ้มครองลงผ่อนชำระดอก0%ผ่านบัตรเครดิตฮิต
รับเศรษฐกิจชะลอตัว ลูกค้าซื้อประกันคุ้มครองต่ำ ประหยัดเบี้ยประกันภัย
นายศักรภพน์ ธีวรากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิออน อินชัวรันส์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงทำให้เห็นทิศทางของลูกค้าที่ต้องการประหยัดมากขึ้น ด้วยการเลือกซื้อแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองที่ลดลง เช่น จากเดิมที่ซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ก็เปลี่ยนมาซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 พิเศษ หรือชั้น 3 พิเศษแทน
ทั้งนี้ ลูกค้าของบริษัทประมาณ 80% ยังเลือกที่จะผ่อนชำระนาน 10 เดือน ดอกเบี้ย 0% ตามแคมเปญที่บริษัทจัดให้เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนลง ไม่ว่าจะเป็นแบบประกันชีวิตที่เริ่มต้นผ่อนเดือนละ 300500 บาท หรือประกันวินาศภัยที่เริ่มผ่อนเดือนละ 200-300 บาท
ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนเบี้ยประกันวินาศภัยอยู่ 70% และในนั้น 50% เป็นเบี้ยรถยนต์อีก 40% เป็นเบี้ยประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือพีเอ ส่วนที่เหลือเป็นเบี้ยประเภทอื่น ขณะที่เบี้ยประกันชีวิตมีสัดส่วนอยู่ 30%
อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมแล้วบริษัทมั่นใจว่าธุรกิจประกันภัยในไทยยังเติบโตได้อีกมาก เพราะคนไทยเองยังมีสัดส่วนถือกรมธรรม์ต่อคนไม่ถึง 1 กรมธรรม์ โอกาสขยายธุรกิจทำได้อีก และล่าสุดกลุ่มบริษัทแม่อิออนได้ตัดสินใจนำบริษัท เอซีเอส อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ (ประเทศไทย) และบริษัท เอซีเอส ไลฟ์อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทลูกเข้ามาร่วมกิจการเป็นหนึ่งเดียวกับบริษัท อิออน อินชัวรันส์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) การรวมกันช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ 15% ทำให้บริษัทคืนกำไรให้ลูกค้าได้มากขึ้น
นายศักรภพน์ กล่าวว่า บริษัทได้วางแผน 4 ปีหลังจากนี้ เพื่อทำเบี้ยให้ได้ถึง 3,000 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ปีนี้ที่ตั้งเป้าไว้ที่ 2,150 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยประกันชีวิต 860 ล้านบาท และเบี้ยประกันวินาศภัย 1,290 ล้านบาท ปี 2557 ตั้งเป้าไว้ที่ 2,500 ล้านบาท เป็นเบี้ยประกันชีวิต 1,000 ล้านบาท และเบี้ยประกันวินาศภัย 1,500 ล้านบาท
สำหรับปี 2558 ตั้งเป้า 2,700 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยประกันชีวิต 1,080 ล้านบาท และเบี้ยประกันวินาศภัย 1,620 ล้านบาท ส่วนปี 2559 ตั้งเป้าไว้ที่ 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยประกันชีวิต 1,200 ล้านบาท และเบี้ยประกันวินาศภัย 1,800 ล้านบาท
ด้านช่องทางจำหน่ายปัจจุบันมาจากเทเลมาร์เก็ตติ้ง หรือขายทางโทรศัพท์ 45% ช่องทางพบปะลูกค้า 47% และลูกค้าองค์กร 8% โดยปัจจุบันมีฐานลูกค้าอยู่ประมาณ 6 แสนคน ซึ่งมาจากฐานลูกค้าอิออน 60% จากฐานลูกค้าอิออนในไทยที่มีอยู่ 6 ล้านคน และลูกค้าองค์กร 40% แต่ในปีหน้าคาดว่าจะมีสัดส่วนเท่ากันอย่างละ 50% โดยมีเป้าหมายต้องเป็นบริษัทโบรกเกอร์ต่างชาติชั้นนำ 1 ใน 5 ในปีหน้าให้ได้ด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะขยายช่องทางขายไปยังบริษัทในเครืออย่างสาขาอิออน 104 แห่ง และห้างแม็กซ์แวลู 130 แห่ง และการขายผ่านแอพพลิเคชั่นบนเครื่องสมาร์ทโฟนอีกด้วย และมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังประเทศกัมพูชาในอนาคตด้วย







