posttoday
บลจ.กรุงไทยเปิดขายกองทุนน้ำมัน

บลจ.กรุงไทยเปิดขายกองทุนน้ำมัน

19 เมษายน 2553

บลจ. กรุงไทย เพิ่มทางเลือกใหม่ ขายกองทุนเปิดเคแทมออยล์ฟันด์ ลงทุนน้ำมันรับเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

บลจ. กรุงไทย เพิ่มทางเลือกใหม่ ขายกองทุนเปิดเคแทมออยล์ฟันด์ ลงทุนน้ำมันรับเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้เสาะหาช่องทางการลงทุนใหม่ๆให้กับผู้ลงทุนตลอดเวลา  เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุน ให้มีความหลากหลายมากขึ้น  นอกเหนือจากการเปิดจำหน่ายกองทุนพันธบัตรทั้งในต่างประเทศ   โดยในระหว่างวันที่ 19-27 เม.ย.2553   บริษัทจะเปิดจำหน่าย กองทุนเปิดเคแทม ออยล์ ฟันด์ ( KT-OIL)   มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท โดยกองทุนเน้นลงทุนไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในหน่วยลงทุนของกองทุน PowerShares DB Oil Fund ซึ่งบริหารและจัดการโดย  DB    Commodity   services  LLC   โดยกองทุนมีนโยบายลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์ของน้ำมันดิบ ( light sweet crude oil –WTI )  จุดประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนี   Deutsche  Bank  Liquid  Commodity  Index –Optimum Yield  Crude  Oil  Excess  Return

จุดเด่นของกองทุน  KT- OIL   มีสภาพคล่องสูง  สามารถซื้อ-ขาย ได้ทุกวันทำการ มูลค่าขึ้นต่ำในการลงทุน 2,000  บาท ขึ้นไป    ซึ่งกองทุนเป็นทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนอีกหนึ่งทางในการบริหารพอร์ตการลงทุน เนื่องจากการปรับตัวของราคาน้ำมันมีความสัมพันธ์น้อยมากกับการปรับตัวของตราสารหนี้และหุ้น   นอกจากนี้  น้ำมันเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สามารถป้องกันการสูญเสียความสามารถในการซื้อ ( Inflation  Hedged  )  เนื่องจากน้ำมันเป็นสินทรัพย์ที่ไม่เสียมูลค่าที่แท้จริงไปตามภาวะเงินเฟ้อ  

นายสมชัย กล่าวต่อไปว่า กองทุน KT-OIL เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในน้ำมันดิบ จากเดิมที่ในอดีตการลงทุนในน้ำมันดิบในรูปแบบต่างๆจะจำกัดอยู่เฉพาะบริษัทผู้ค้าน้ำมันและสถาบันการเงินรายใหญ่ๆเท่านั้น แต่พัฒนาการของกองทุนอีทีเอฟ ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนในน้ำมันดิบได้ผ่านการลงทุนในกองทุนอีทีเอฟ ซึ่งมีต้นทุนต่ำ และสะดวก โดยน้ำมันนั้นถือได้ว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญของโลก ซึ่งหากพิจารณาแนวโน้มในระยะสั้น จะพบว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะขยายตัวในอัตรา 4.4% ในปี 2553 และ 4.5% ในปี 2554 ซึ่งน่าจะส่งผลให้ความต้องการน้ำมันกลับฟื้นตัวขึ้น ส่วนในระยะยาวนั้น ตราบเท่าที่เรายังคงต้องอาศัยพลังงานและเชื้อเพลิงอยู่ โลกก็ยังคงมีความต้องการน้ำมันอยู่เสมอไม่ว่าภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร

ด้านฝ่ายวิจัยของบลจ. กรุงไทย   ได้มีการประเมินราคาน้ำมันดิบ WTI  Light  Sweet  Crude  Oil ในไตรมาสที่2ของปี 2553  เฉลี่ยอยู่ที่ 79.67 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล  เพิ่มขึ้น 1.1%   จากราคาเฉลี่ยไตรมาสที่แล้ว  โดยแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ  WTI ในครึ่งปีหลังคาดว่า จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง  เนื่องจาก   Driving  Season  ในช่วงกลางปี  และปริมาณความต้องการใช้น้ำมันที่ให้ความร้อน (Heating Oil)  ที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี 

นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมของโลกยังเป็นบวก ต่อการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันอีกด้วย  จึงคาดการณ์ ว่า  ในระยะยาว ราคาน้ำมันน่าจะเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง  ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นของทั้งโลก  รวมทั้ง Supply ที่มีค่อนข้างจำกัด  และต้นทุนการผลิตและสำรวจที่เพิ่มขึ้น เพราะแหล่งสำรวจใหม่ๆ อยู่ในชั้นหินที่ลึกและยากต่อการขุดเจาะ  ขณะที่การเติบโตของพลังงานทางเลือกอื่นๆยังไม่สามารถทดแทนได้
 
 
 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท