posttoday
คนใช้ทรูวิชั่นต่อแม้ไม่มีถ่ายทอดพรีเมียร์ลีก

คนใช้ทรูวิชั่นต่อแม้ไม่มีถ่ายทอดพรีเมียร์ลีก

30 มิถุนายน 2556

นิด้าโพลเผยประชาชน61.07%ยังใช้ทรู วิชั่นต่อแม้ไม่ได้ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

นิด้าโพลเผยประชาชน61.07%ยังใช้ทรู วิชั่นต่อแม้ไม่ได้ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ทรูวิชั่น (True Vision) และ CTH กับการถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ”  ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 26 – 28  มิถุนายน 2556 จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 2,005 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 67.98 ไม่ได้ติดตาม  ขณะที่ ร้อยละ 26.83 ติดตามเป็นครั้งคราว และ ร้อยละ 5.19 ติดตามสม่ำเสมอ และในจำนวนผู้ที่ติดตาม ส่วนใหญ่ ร้อยละ 76.79 ไม่ได้ติดตั้งจานหรือเคเบิ้ลของทรูวิชั่น (True Vision) ขณะที่ ร้อยละ 23.21 ติดตั้งทรูวิชั่น
 
เมื่อถามถึงการตัดสินใจของประชาชนที่ติดตั้งทรูวิชชั่นต่อกรณีที่ทรูวิชั่น ไม่ได้ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้ (เริ่ม 17 สิงหาคม 2556) แต่ CTH ได้รับลิขสิทธิ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 61.07 ก็ยังจะใช้ ทรูวิชั่น ต่อไป รองลงมา ร้อยละ 19.46 จะเลิกใช้ทรูวิชั่น แล้วติด CTH แทน ร้อยละ 10.74 จะติดตั้ง CTH เพิ่มเติม
 
เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ที่จะซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษเพื่อถ่ายทอด 17 แมท (คู่) ต่อปี ในวงเงิน 160 ล้านบาท พบว่า  ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 82.22 เห็นด้วย เพราะ เป็นช่องฟรี ทีวี ที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายใดๆ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรับชมการถ่ายทอดสด ซึ่งจะเป็นผลดีกับแฟนบอลทั่วไป โดยเฉพาะคนที่ติดตั้ง ทรูวิชั่น เนื่องจากไม่ได้รับลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดและคนที่ไม่ได้ติดตั้ง CHT ด้วย และมีเพียงร้อยละ 7.96 ไม่เห็นด้วย เพราะ เป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างมากเกินไป อาจจะไม่คุ้มค่า บางครั้งมีแข่งกันหลายคู่ แต่สามารถดูได้แค่คู่เดียว และยังมีโฆษณาคั่นรายการ อีกทั้งอาจจะทำให้มีการพนันบอลเพิ่มมากขึ้นด้วย
 
เมื่อถามถึงความนิยมต่อทีมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ชื่นชอบมากที่สุด (ตอบเฉพาะผู้ที่ติดตามฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ) 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด  (ร้อยละ 46.51)  อันดับ 2 ทีมลิเวอร์พูล (ร้อยละ 25.39) อันดับ 3 ทีมเชลซี ร้อยละ (14.53) อันดับ 4 ทีมอาร์เซนอล (ร้อยละ 8.14)  และ อันดับ 5 ทีมแมนเชสเตอร์ซิตี (ร้อยละ 3.10)  และเมื่อวิเคราะห์ในแต่ละช่วงอายุจำแนกตามทีมฟุตบอลที่ตนชื่นชอบ พบว่า ตัวอย่างที่อยู่ในช่วงอายุ 25 – 39 ปี มีสัดส่วนที่ชอบ ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (ร้อยละ 48.95) , ทีมเชลซี (ร้อยละ 44.00) , และทีมอาร์เซนอล (ร้อยละ 40.48) สูงกว่าช่วงอายุอื่นๆ ขณะที่ตัวอย่างที่อยู่ในช่วงอายุ 40 – 59 ปี มีสัดส่วนที่ชอบ ทีมลิเวอร์พูล     (ร้อยละ 44.27) , และทีมแมนเชสเตอร์ซิตี (ร้อยละ 43.75) สูงกว่าช่วงอายุอื่นๆ
 
ท้ายสุด เมื่อถามถึงการติดตามชมฟุตบอลไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก (Premier League) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 73.28 ระบุว่าติดตาม ซึ่งในจำนวนนี้ ร้อยละ 60.16 ติดตามเป็นครั้งคราว ร้อยละ 13.13 ติดตามสม่ำเสมอ ขณะที่ ร้อยละ 26.72 ระบุว่าไม่ได้ติดตาม  ทั้งนี้ ในจำนวนผู้ที่ติดตามมีความนิยมต่อทีมฟุตบอลไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (ร้อยละ 35.62) อันดับ 2 ทีมเอสซีจี เมืองทองฯ (ร้อยละ 21.64) อันดับ 3 ทีมชลบุรี เอฟซี (ร้อยละ 12.33) อันดับ 4 เชียงราย ยูไนเต็ดและสงขลา ยูไนเต็ด ในสัดส่วนที่เท่ากัน  (ร้อยละ4.11) และ อันดับ 5 บางกอกกล๊าส เอฟซี และสุพรรณบุรี เอฟซีในสัดส่วนที่เท่ากัน  (ร้อยละ 3.56)

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท