
ปตท.โชว์ปิดบุ๊กพบต่างชาติแห่ถือหุ้น15%
โพสต์ทูเดย์
— ปตท. เผยต่างชาติยังถือหุ้น 15% ปิดบุ๊กงวดนี้ยังไม่สะท้อนสัดส่วนแท้จริง เหตุเกิดขึ้นก่อนเงินทุนทะลักเข้า ฟาก BCP เล็งปีนี้ปันผลระหว่างกาลอีกรอบนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า การปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น (บุ๊ก) เพื่อให้สิทธิผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2552 เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่าสัดส่วนนักลงทุนต่างประเทศมีอยู่ประมาณ 15% ลดลงเล็กน้อย จากบางช่วงที่มีประมาณ 18%
สำหรับสัดส่วนที่ลดลงไม่สามารถสะท้อนได้ทั้งหมด เนื่องจากเป็นการปิดบุ๊กก่อนที่เงินต่างชาติจะไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องในช่วงเดือน มี.ค. ที่มียอดซื้อสุทธิ 5.89 หมื่นล้านบาท โดยลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ และหากสถานการณ์ต่างๆ ดำเนินไปด้วยดี เชื่อว่าสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติน่าจะดีขึ้น
นายเทวินทร์ กล่าวว่า นโยบาย ปตท. ช่วงที่ผ่านมา มีการออกไปนำเสนอข้อมูลให้กับผู้จัดการกองทุนทั้งที่เป็นผู้ถือหุ้นและยังไม่ได้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รับทราบข้อมูล ฐานะการเงิน และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับการทำธุรกิจของ ปตท. รวมถึงปัญหาการเมือง
สำหรับการออกไปลงทุนในกิจการต่างประเทศ ในงบ 5 ปี วงเงินทุน 8 หมื่นล้านบาท จะลงทุนในถ่านหิน ปาล์มน้ำมัน และแหล่ง LNG ระยะยาวจะทำให้สัดส่วนรายได้เปลี่ยนไปอยู่ในรูปเงินเหรียญสหรัฐมากขึ้น และโครงสร้างเงินกู้เปลี่ยนจากหนี้ทั้งหมด 25% เป็นเงินสหรัฐ อีก 75% เป็นเงินบาท
นอกจากนี้ ครึ่งปีหลัง 2553 จะนำหุ้นกู้ออกขายนักลงทุนทั่วไปซึ่งขณะนี้มีความต้องการลงทุนหุ้นกู้ ปตท. จำนวนมาก
นายพิชัย ชุณหวชิร กรรมการ ปตท. และกรรมการบริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) ได้ชี้แจงต่อผู้ถือหุ้น ปตท. เกี่ยวกับกิจการและนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบางจากว่า ครึ่งปีหลัง 2553 อาจมีการพิจารณาจ่ายปันผลระหว่างกาลให้ผู้ถือหุ้นอีก เช่นเดียวกับปี 2552 แต่ระยะยาวการจ่ายปันผลบางจากไม่ดีเหมือนปี 2552 ที่มีกำไรพิเศษจากการซื้อความเสี่ยงการขายน้ำมันล่วงหน้าของน้ำมันกว่า 50%
นอกจากนี้ บางจากยังจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนอีกมากในการขยายการลงทุนออกนอกพื้นที่ปัจจุบันที่โรงกลั่นอยู่ในกรุงเทพฯ เพียงแห่งเดียว
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.(PTT) กล่าวว่า ความรุนแรงทางการเมืองที่เกิดขึ้นกระทบเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการส่งออก การลงทุน และการคมนาคมของประเทศ
สำหรับ ปตท. แม้ว่าการเมืองไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรง เหมือนกรณีมาบตาพุด แต่ก็อยากให้ประเทศก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้







