
ธปท.จ่อลดคาดการณ์จีดีพีต่ำกว่า5%
ภาวะเศรษฐกิจเดือนพ.ค.แผ่วลงต่อเนื่อง เหตุครัวเรือนลดการบริโภคจากภาระหนี้ที่สูง บวกนโยบายกระตุ้นรัฐหมดลง
ภาวะเศรษฐกิจเดือนพ.ค.แผ่วลงต่อเนื่อง เหตุครัวเรือนลดการบริโภคจากภาระหนี้ที่สูง บวกนโยบายกระตุ้นรัฐหมดลง
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาชะลอลง ตามการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ส่วนหนึ่งเพราะครัวเรือนระมัดระวังการใช้จ่ายจากภาระหนี้ที่สูงขึ้น ประกอบกับแรงกระตุ้นจากนโยบายรัฐก็ทยอยหมดลง ตามการใช้จ่ายในหมวดยานยนต์และการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ลดลงตามโครงการรถยนต์คันแรกที่ได้ทยอยส่งมอบแล้วเป็นส่วนใหญ่
ขณะที่ การส่งออกสินค้าลดลงตามอุปสงค์ในต่างประเทศที่ยังเปราะบาง โดยเฉพาะจีนที่มีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนภาคเอกชนชะลอการลงทุนตาม โดยในเดือนนี้การส่งออกมีมูลค่า 1.95 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นการขยายตัวติดลบ 5.1% จากเดือนก่อนหน้ามีมูลค่า 1.73 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือขยายตัว 3.7% ด้านการนำเข้ามีมูลค่า 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือขยายตัวติดลบ 4.9% จากเดือนก่อนหน้ามีมูลค่า 1.89 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือขยายตัว 8.5% ส่วนหนึ่งเพราะมีการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง
อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวดีต่อเนื่องตามการเข้ามาเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากจีน มาเลเซีย และรัสเซีย
“เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอลง เพราะปัจจัยกระตุ้นค่อยๆลดลง ค่าจ้างขั้นต่ำ 300 ก็คงไม่ขึ้นไปอีก ทำให้แรงกระตุ้นนโยบายภาครัฐค่อยๆหมด สินค้าภาคการเกษตรไม่ได้กระตุ้นมากแล้ว แต่สินเชื่อยังขยายตัวดี และอัตราดอกเบี้ยก็ยังเอื้อ ส่วนแนวโน้มในครึ่งปีหลังก็น่าจะขยายตัวในระดับใกล้เคียงกลับครึ่งปีแรก ที่การเติบโตชะลอลงเข้าสู่ระดับปกติ จากที่เคยเร่งตัวขึ้นไปสูงมาก ต้องติดตามดูการบริโภคภาครัวเรือนว่าจะลดลงมากแค่ไหน แต่คงชัดเจนแล้วว่าธปท.ต้องปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีปีนี้ลงจากที่เคยคาดไว้ 5.1% ซึ่งจะประกาศในวันที่ 19 ก.ค.ที่จะถึงนี้อีกครั้ง” นายเมธีกล่าว
สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมในเดือนพ.ค.ยังอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากข้อมูลล่สุดในเดือนเม.ย.อยู่ที่ 0.7% จากเดือนก่อนหน้า 0.6% ด้านอัตราเงินเฟ้อชะลอลงต่อเนื่อง โดยเดือนพ.ค.เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.27% ลดลงจากเดือนก่อนหน้า 2.42% สอดคล้องกับเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งอยู่ที่ 0.94% จากเดือนก่อนหน้าที่ 1.18% ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ขาดดุลต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนเงินทุนเคลื่อนย้ายและดุลการชำระเงินเกินดุลเล็กน้อย







