posttoday
หวั่นเปิดเออีซีข้าวยางพ่าย

หวั่นเปิดเออีซีข้าวยางพ่าย

28 มิถุนายน 2556

จี้รัฐหนุนเพิ่มคุณภาพผลผลิตต่อไร่ติดปีกศักยภาพแข่งขันเกษตรกร

จี้รัฐหนุนเพิ่มคุณภาพผลผลิตต่อไร่ติดปีกศักยภาพแข่งขันเกษตรกร

นักวิชาการชี้เปิดเออีซี ข้าว ยางพารา ไทยเสียเปรียบ จี้รัฐช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิต เจาะตลาดพรีเมี่ยม

นายจารึก สิงหปรีชา ผู้อำนวยการศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมไทย โดยกลุ่มพืชที่จะมีโอกาสทางการตลาดมาก คือ กลุ่มสินค้าประมง ปศุสัตว์ มันสำปะหลัง อ้อย และน้ำตาล ขณะที่พืชกลุ่มที่ไทยจะเสียเปรียบคือ ข้าวและยางพารา ซึ่งพืชสองชนิดหลังทำรายได้เข้าประเทศปีละหลายแสนล้านบาท

ทั้งนี้ ในตลาดข้าวขาว ไทยจะเสียเปรียบเวียดนามและอินเดีย เนื่องจากต้นทุนการผลิตต่อไร่ของไทยสูงกว่า แต่มีผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่า ดังนั้น แม้ว่ารัฐบาลจะลดราคารับจำนำข้าวเหลือ 1.2 หมื่นบาทต่อตัน และทำโครงการลดต้นทุนการผลิตให้เหลือ 1,500-3,000 บาทต่อไร่ จากต้นทุนปกติจะเฉลี่ยประมาณ 5,0006,000 บาทต่อไร่ ซึ่งจะเป็นต้นทุนที่ใกล้เคียงกับเวียดนาม แต่เมื่อผลผลิตไทยน้อยกว่าก็จะไม่มีผลใดเกิดขึ้น

นายจารึก กล่าวว่า แนวทางแก้ไขคือ รัฐบาลต้องกำหนดนโยบายส่งเสริมการปลูกข้าวคุณภาพสูงขายตลาดพรีเมี่ยมแทน เช่น ตลาดข้าวหอม และข้าวนึ่ง ซึ่งต้องใช้นโยบายโซนนิ่งเข้ามากำหนดให้ชัดเจน และในส่วนเกษตรกรที่ปลูกข้าวขาว การส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตจะเป็นการช่วยเหลือในระยะยาวที่ถูกต้อง ขณะที่ยางพารา แนะนำให้รัฐบาลส่งเสริมการแปรรูป เพื่อส่งเสริมการใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้น

สำหรับศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจการเกษตร ได้แนะนำมาตรการรองรับการเปิดเออีซี โดยแบ่งเป็นมาตรการตั้งรับ ได้แก่ การป้องกัน โดยการกำหนดรายละเอียดผู้นำเข้า ชนิดสินค้า ช่วงเวลา การปราบปราม โดยการสำแดงแหล่งกำเนิดสินค้า ตรวจสอบพิสูจน์คุณลักษณะของสินค้า และการปกป้องพิเศษ โดยการเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ และมาตรการเซฟการ์ดต่างๆ เพื่อปกป้องการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเชิงรุก ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ ลดต้นทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกร พัฒนาคุณภาพผลผลิต และการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าโดยผลิตให้ตรงกับความพึงพอใจของผู้บริโภค สร้างตราสัญลักษณ์และสร้างความแตกต่างเรื่องของสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)

ขณะที่กลุ่มเกษตรกรควรเน้นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตต่อไร่ ผลิตสินค้าคุณภาพมาตรฐาน สถาบันเกษตรกรควรสร้างองค์ความรู้เชื่อมโยงกับการจัดการธุรกิจทั้งภายในและนอกประเทศ ส่วนภาครัฐควรเน้นในเรื่องการพัฒนาพันธุ์และเตรียมความพร้อมเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน

ดด้านการผลิตพืชเศรษฐกิจของอาเซียนที่สำคัญ ปัจจุบันไทยผลิตข้าวได้สูงสุดเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน คือ 36.1 ล้านตันข้าวเปลือก อันดับ 1 คือ อินโดนีเซีย 69.8 ล้านตัน และอันดับ 2 เวียดนาม 43.3 ล้านตัน ส่วนยางพารา ไทยผลิตได้มากที่สุด 3.3 ล้านตัน อันดับ 2 อินโดนีเซีย 2.9 ล้านตัน และอันดับ 3 มาเลเซีย 9.9 แสนตัน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี