
เลิกด่วนขั้น3สายเหนือ
เตรียมผุดโมโนเรลทดแทนแก้ปัญหาจราจรเล็งผนวกเข้าแผนแม่บทรถไฟฟ้า12สายทาง
เตรียมผุดโมโนเรลทดแทนแก้ปัญหาจราจรเล็งผนวกเข้าแผนแม่บทรถไฟฟ้า12สายทาง
คมนาคม ชงยกเลิกโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ดันโมโนเรลเกิดแทน
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาการก่อสร้างโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน เอ็น 1 ที่มีผลกระทบกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่า ที่ประชุมมีมติยกเลิกโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ และให้ก่อสร้างเป็นระบบรถไฟฟ้าขนาดเบา หรือโมโนเรลทดแทน เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และการประปานครหลวง (กปน.) ซึ่งไม่สามารถรื้อย้ายอุโมงค์ประปาหากจะต้องเจาะอุโมงค์เพื่อก่อสร้างเป็นทางด่วน โดยหลังจากนี้จะนำเสนอนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม พิจารณา และนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ ในการประชุมของคณะกรรมการดังกล่าว ได้พิจารณา 4 ทางเลือกโครงการทางด่วนสายเหนือ คือ 1.การก่อสร้างเป็นอุโมงค์ทางด่วน ซึ่งมีข้อเสียที่ไม่สามารถรื้อย้ายอุโมงค์ประปาได้ 2.การใช้แนวคลองบางบัวบางเขน มีข้อเสียที่ต้องเวนคืนที่ดินกว่า 1,000 แปลง และเป็นพื้นที่ชุมชนหนาแน่น 3.การปรับรูปแบบทางด่วนบริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยยกเลิกทางแยกต่างระดับบางเขน มีข้อเสียกับการจราจรบนถนนงามวงศ์วานในช่วงระหว่างก่อสร้าง ขณะที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ยังกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านเสียง
สำหรับข้อเสนอที่ 4 คือ ยกเลิกโครงการ และสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแครายบางกะปิ แทน มีข้อเสียที่การจราจรบนแนวถนนรัตนาธิเบศร์งามวงศ์วานประเสริฐมนูกิจศรีนครินทร์ ยังเป็นปัญหาสำคัญ ข้อดีคือ รถไฟฟ้าจะช่วยส่งเสริมการขนส่งมวลชนทางราง ซึ่งในที่สุดที่ประชุมเห็นชอบแนวทางที่ 4 นี้ และมอบหมายให้ไปปรับแผนแม่บทรถไฟฟ้าใหม่เพื่อนำโมโนเรลเข้ามาแทนการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ
พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรลแทน เนื่องจากได้พิจารณาแล้วเห็นว่าหากยกเลิกโครงการทางด่วน จะไม่ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณแยกเกษตรศาสตร์ที่มีการจราจรประมาณ 2 แสนคนต่อวัน ซึ่งดังนั้นทางเลือกคือ ต้องมีทางเลือกอื่นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว การสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล ได้รับการสนับสนุนทั้งจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)ก็เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องศึกษาก่อนว่าจะมีผลกระทบกับแผนแม่บทเดิมหรือไม่
ด้านโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล เริ่มจากศูนย์ราชการนนทบุรี เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่บางซื่อ และสายสีชมพู ช่วงแครายมีนบุรี ผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สิ้นสุดที่รามคำแหง เชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงมีนบุรีตลิ่งชัน ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร งบประมาณ 2 หมื่นล้านบาท โดยโครงสร้างจะใช้เสาตอม่อที่อยู่บนถนนเกษตรนวมินทร์ จำนวน 281 ต้น ซึ่งสามารถรองรับน้ำหนักโครงสร้างรถไฟฟ้าได้อย่างแน่นอน โดยจะมีสถานีเบื้องต้น 19 สถานี และอาจเพิ่มอีก 2 สถานีในอนาคต และต้องเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างสถานีด้วย
“ที่ประชุมได้มอบหมายให้ สนข. ไปปรับแผนแม่บทใหม่เพื่อนำระบบรถไฟฟ้าโมโนเรลเข้ามาแทนการก่อสร้างทางด่วนขั้น 3 สายเหนือ ขณะเดียวกันก็ให้ศึกษาแผนแม่บทโครงข่ายทางถนนด้านเหนือขึ้นไปที่มีโครงข่ายขนาดใหญ่ เบื้องต้นได้พิจารณาที่จะให้มีการก่อสร้างทางด่วนจากรังสิตนครนายก ระยะทาง 40 กิโลเมตร”ขณะเดียวกันก็ให้ศึกษาแผนแม่บทโครงข่ายทางถนนด้านเหนือขึ้นไปที่มีโครงข่ายขนาดใหญ่
สำหรับการก่อสร้างทางด่วนรังสิตนครนายกระยะทาง 40 กิโลเมตร ที่มีแผนอยู่นั้น โดยได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และกรมทางหลวง พิจารณาเส้นทางร่วมกันเพื่อหลีกเลี่ยงการทับซ้อน







