posttoday
กลุ่มท่องเที่ยวน้ำหนักมากกว่าตลาด

กลุ่มท่องเที่ยวน้ำหนักมากกว่าตลาด

27 มิถุนายน 2556

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ยังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวมากกว่าตลาด เนื่องจากยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปในระยะยาว

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ยังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวมากกว่าตลาด เนื่องจากยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปในระยะยาว

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันเพิ่มขึ้นถึง 19.04% สูงกว่าประมาณการอัตราการเติบโตปีนี้ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ที่ 10%

จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นนี้มีเหตุผลสำคัญประการหนึ่งมาจากจำนวนนักเดินทางแนวประหยัดที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนั้นยังเชื่อว่า บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ผู้ประกอบการสายการบินแอร์เอเชียจะเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้เปรียบมากที่สุดจากแนวโน้มนี้ และเลือกเป็นหุ้นเด่น

สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยรายเดือนยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ดังนั้นจึงคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้จะทำลายสถิติสูงสุดของปี 2555 ซึ่งอยู่ที่ 22.3 ล้านคน

ทั้งนี้ ททท. คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 24.5 ล้านคน และเป็น 30 ล้านคน ในปี 2558 แต่เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวโตถึง 19.04% จึงคาดว่าในปีนี้น่าจะสูงเกินกว่าประมาณการของ ททท. โดยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดได้แก่นักท่องเที่ยวรัสเซีย อินเดีย และจีน ซึ่งโตถึง 36% 28% และ 97% ตามลำดับ และคาดว่านักท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะจากจีน จะยังคงเป็นกลุ่มที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวรวมเติบโตได้ต่อไป

สายการบินต้นทุนต่ำตัวนำ

จากข้อมูลของโบอิ้ง ปริมาณการเดินทางทางอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 25552573 ซึ่งวัดโดยรายได้ต่อผู้โดยสารต่อกิโลเมตร (RPK) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นปีละ 8.6% สูงกว่าประมาณการการเติบโตของปริมาณการเดินทางในโลกที่ 5.1% ต่อปี โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้โดยสารของสายการบินต้นทุนต่ำ (LCC) เติบโตถึง 14% อัตราเติบโตเที่ยวบินโดยสารสูงกว่าการเติบโตของผู้โดยสารสายการบินรวมทุกประเภทที่โตเพียง 5% เท่านั้น ทั้งนี้ความนิยมสายการบินราคาประหยัดที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากราคาตั๋วถูกและความถี่ของจำนวนเที่ยวบินที่มากกว่า ทำให้สัดส่วนของผู้โดยสาร LCC เพิ่มขึ้นจาก 18% ในปี 2549 เป็นเกือบ 30% ในปี 2555 ในขณะที่ส่วนแบ่งผู้โดยสารของ Thai Air Asia (TAA) เพิ่มขึ้นจาก 55% ในปี 2553 เป็นเกือบ 80% ในปี 2555

AAV ขยายฝูงบิน

เมื่อเร็วๆ นี้ AAV ได้ประกาศว่าจะเพิ่มจำนวนเครื่องบินเป็น 53 ลำ ภายในปี 2559 จากเดิมที่ประกาศไว้ว่าจะเพิ่มเป็นแค่ 48 ลำ ซึ่งการขยายฝูงบินที่เร็วกว่าที่คาดนี้จะทำให้กำไรของบริษัทเติบโตในระดับสูงต่อเนื่องไปอีกหลายปี (23% ในช่วงปี 25562558) ทั้งนี้จากจำนวนที่นั่งที่เพิ่มขึ้น 18% จะช่วยให้จำนวนผู้โดยสายเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารในตลาด LCC ของไทยยังถือว่าต่ำอยู่ ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ตลาดของเที่ยวบินระยะสั้นสามารถเติบโตได้ในอัตราที่สูง

บริษัทสามารถที่จะประหยัดต้นทุนได้จากการย้ายฐานการบินไปที่สนามบินดอนเมือง เนื่องจากส่วนลดค่าธรรมเนียมการบิน ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง และอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นเราคาดว่าราคาน้ำมัน (ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% ของต้นทุน) จะทรงตัวในปีนี้ ซึ่งปัจจัยบวกทั้งสองประการนี้จะส่งผลให้อัตรากำไรเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ความกังวลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับภาวะฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ ทำให้เกิดความกังวลต่อภาวการณ์ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ดังจะเห็นได้จากการที่ SETPROP ปรับตัวแย่กว่า SET ในช่วง 23 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าถึงตอนนี้ไม่มีความจำเป็นที่ทางการจะต้องออกมาตรการใดๆ ออกมาเพื่อชะลอความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์อีก เพราะผู้ประกอบการต่างก็ลงทุนอย่างระมัดระวัง และส่วนใหญ่ก็มีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับที่เหมาะสมอยู่แล้ว ไม่เหมือนกับช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540

ไตรมาสที่ 2 และ 3 เป็นช่วง low season ของธุรกิจโรงแรม ดังนั้นอัตราการเข้าพักจึงน่าจะต่ำเมื่อเทียบกับช่วง high season แต่อย่างไรก็ตามอัตราการเข้าพักรายเดือนยังคงแสดงสัญญาณที่ดีโดยยังคงสูงกว่าเมื่อปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เราคาดว่าอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS) กลุ่มโรงแรมในปี 2556 และ 2557 จะอยู่ที่ 9.6% และ 23.6% ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท