posttoday
พร้อมหรือไม่เพิ่มวินัยการเงิน

พร้อมหรือไม่เพิ่มวินัยการเงิน

27 มิถุนายน 2556

สวัสดีครับทุกท่าน...การร่วงลงอย่างรุนแรงและรวดเร็วของตลาดหุ้นเอเชียและไทยในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่าเหนือความคาดหมาย

สวัสดีครับทุกท่าน...การร่วงลงอย่างรุนแรงและรวดเร็วของตลาดหุ้นเอเชียและไทยในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่าเหนือความคาดหมาย

หากพูดถึงการเริ่มต้นการลงทุนรอบใหม่ในครึ่งปีหลัง ก่อนอื่นนักลงทุนต้องเข้าใจก่อนว่าบรรยากาศหรือปัจจัยแวดล้อมการลงทุนจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ซึ่งผมมีข้อสรุปดังนี้

1.เศรษฐกิจสหรัฐและญี่ปุ่นกำลังมีแนวโน้มดีขึ้น ในขณะที่เศรษฐกิจจีนและเอเชียกำลังถูกปรับประมาณการลง รวมถึงเศรษฐกิจไทยด้วย

2.สภาพคล่องในตลาดการเงินโลกมีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้ขึ้นกับว่าเฟดจะลดขนาดของวงเงินในการซื้อสินทรัพย์ตามที่ตลาดคาดการณ์หรือไม่ อย่างไรก็ตาม การที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงพิมพ์เงินใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยังคงถือว่าเป็นตัวช่วยอยู่บ้าง

3.อัตราผลตอบแทนในตลาดเงินเพิ่มขึ้น ตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐ ซึ่งเกิดจากความกังวลเกี่ยวกับการหยุดมาตรการ QE

ทั้ง 3 ปัจจัย ทำให้เห็นได้ว่านักลงทุนคงต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์รวมถึงพอร์ตการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังพอสมควร ซึ่งผมจะนำเสนอในสัปดาห์ถัดไป

ส่วนในสัปดาห์นี้ ผมอยากจะนำเสนอความเห็นต่อแนวทางในการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐและจีน ซึ่งเรียกได้ว่า “มีวินัยมากขึ้น” ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เฟดประกาศว่าจะหยุดมาตรการ QE ภายในกลางปี 2557 เนื่องจากประเมินว่าอัตราการว่างงานจะลดลงไปที่ระดับ 6.5% ได้ตามเป้าหมาย ส่วนประเทศจีนได้มีการใช้นโยบายเข้มงวดเพื่อควบคุมความร้อนแรงของเศรษฐกิจ และตลาดอสังหาริมทรัพย์มาระยะหนึ่งแล้ว ดังจะเห็นได้ว่าการขยายตัวของ GDP จีนชะลอตัวลงจาก 10% เหลือต่ำกว่า 8% แล้ว ล่าสุดเห็นสัญญาณว่าทางการจีนเริ่มกลับมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นผ่านการควบคุมปริมาณเงินในระบบ เพื่อเป็นการกำกับดูแลสถาบันการเงิน โดยเฉพาะสถาบันการเงินที่ทำตัวเหมือนธนาคาร (Shadow Bank) ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาการเติบโตของสินเชื่อที่รวดเร็วและไม่มีคุณภาพ

ผลจากนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้นของทั้งสหรัฐและจีน ได้สะท้อนไปที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ อายุ 10 ปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระหว่างธนาคารของจีน ให้ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงนี้ (ดูรูป)

ดังนั้น จึงมาถึงประเด็นที่ผมใช้ตั้งเป็นหัวข้อในสัปดาห์นี้ คือ เศรษฐกิจของสหรัฐและจีนพร้อมหรือยังที่ทางธนาคารกลางจะกลับมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น โดยส่วนตัวผมเชื่อว่ายังคงมีข้อจำกัดในการใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดเต็มรูปแบบ เพราะกรณีสหรัฐการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่เต็มที่นัก ส่วนกรณีจีนนั้นเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว ดังนั้น หากทั้งสองประเทศตัดสินใจใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดเต็มที่คงจะส่งผลกระทบในเชิงลบต่อเศรษฐกิจโลกแน่นอน เพราะสหรัฐและจีนมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลก แนวทางที่ดีที่สุด คือ ค่อยๆ เพิ่มระดับความเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ และหากเป็นไปตามที่ผมคาดการณ์ ก็น่าจะเป็นข่าวดีต่อตลาดหุ้นครับ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ...ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของผมเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท