
ลดพอร์ตหุ้น20%
หุ้นโลกเด้งไม่ไกลหวั่น2ปัจจัยเสี่ยงซีแอลเอสเอหั่นเป้าราคาTOPPTTGC
หุ้นโลกเด้งไม่ไกลหวั่น2ปัจจัยเสี่ยงซีแอลเอสเอหั่นเป้าราคาTOPPTTGC
ตลาดหุ้นบวกแรงทั่วโลก ต่างชาติพลิกซื้อหุ้นไทย 731 ล้าน ดีบีเอสแนะลดพอร์ตหุ้นทอง ขายกอดเงินสด
ตลาดหุ้นโลกสดใส ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย โดยตลาดหุ้นอินโดนีเซียพุ่งแรงที่สุด 3.82% ตามด้วยดัชนีหุ้นไทย ปิดที่ระดับ 1,424.38 จุด ทะยานขึ้น 39.75 จุด คิดเป็น 2.87% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายมากถึง 74,899.38 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 16,908.45 ล้านบาท แต่เมื่อหักมูลค่าการขายหุ้นล็อตใหญ่ของหุ้นบริษัท สยามแม็คโคร ในกระดานต่างประเทศ (MAKROF) มูลค่า 17,640.17 บาท สรุปว่านักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิไทยเป็นวันแรก จำนวน 731.72 ล้านบาท
มาร์เก็ตติ้ง เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกที่พลิกฟื้นเร็วและแรง นับว่าเหนือความคาดหมาย และยังไม่น่าไว้วางใจ แม้ว่าธนาคารกลางจีนจะออกมาสร้างความมั่นใจว่าพร้อมจะอัดฉีดเงินมากอบกู้สถานการณ์วิกฤตสภาพคล่องก็ตาม แต่แนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงมาก รวมถึงการลดและยกเลิกมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบหรือคิวอีของสหรัฐ จะเป็นปัจจัยกดดันต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท โดยเฉพาะหุ้น
“หุ้นที่ดีดตัวขึ้นแรงสองวันติดต่อกันประมาณ 60 จุด ถือเป็นจังหวะในการขายเพื่อกอดเงินสดไว้บ้าง หรือถือโอกาสในการปรับพอร์ต เลือกเก็บหุ้นชั้นดีราคาถูกและมีเงินปันผลเป็นของแถมบ้าง” มาร์เก็ตติ้งเปิดเผย
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ได้ลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นลง 20% เหลือ 31% ลดน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ 10% เป็น 21% ลดน้ำหนักลงทุนในทองคำ 3% เป็น 3% และปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดเงิน 33% เป็น 45% เนื่องจากความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในตลาดสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวเพิ่มขึ้น ความผันผวนสูงขึ้น รวมทั้งอัตราเติบโตกำไรต่อหุ้นมีแนวโน้มว่าจะถูกปรับลงหลังเศรษฐกิจไทยชะลอการเติบโต
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์โกลด์แมน แซคส์ ลดเป้าการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงจากคาดการณ์อัตราการเติบโต 4.6% จาก 4.8% ส่วนปีหน้าลดจาก 5% เหลือ 4.7% เพราะความต้องการซื้อจากจีนจะลดลง
บล.ซีแอลเอสเอ ปรับราคาเป้าหมายหุ้นกลุ่มพลังงาน นำโดยบริษัท ไทยออยล์ (TOP) ลดจาก 82 บาท เหลือ 71 บาท บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ลดจาก 88 บาท เหลือ 71 บาท และบริษัทไออาร์พีซี (IRPC) ลดเหลือ 3 บาท จากเดิมคาดไว้ที่ 5 บาท
“หุ้น TOP และ PTTGC ยังมีหุ้นในดวงใจ โดยไทยออยล์มี GRM ปรับตัวขึ้น หลังราคาน้ำมันปรับตัวลง ส่วน พีทีที โกลบอลฯ HDPE ปรับตัวสูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ไออาร์พีซี ไม่น่าลงทุน” บล.ซีแอลเอสเอ ระบุ
ด้านราคาหุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวลงเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา สวนทางภาพตลาดหุ้นโดยรวม โดย TOP ปิดที่ 62 บาท ลดลง 1 บาท หรือ 1.59% และ PTTGC ปิดที่ 67.50 บาท ลดลง 0.25 บาท
บริษัท ซีพีออลล์ ที่ซื้อบิ๊กล็อต หุ้น MAKRO จำนวน 325,800 หุ้น และ MAKROF จำนวน 22,414,460 หุ้น เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ใช้เงินทั้งสิ้น 17,891.68 ล้านบาท รวมกับหุ้นที่มีอยู่เดิม ส่งผลให้บริษัทขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ MAKRO แทน SHV หลังรวบรวมหุ้นได้ 66.14%
บริษัทจะยื่นคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ MAKRO ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้ถือหุ้นรายอื่นของ MAKRO ในวันที่ 27 มิ.ย. 2556







