
ช่อง 7 พร้อมเปลี่ยนผ่านรับยุคทีวีดิจิตอล
เป็นที่จับตามองเช่นเดียวกับค่ายฟรีทีวีรายอื่นว่า ช่อง 7 จะโดดประมูลช่องทีวีดิจิตอลแข่งกับค่ายอื่นๆ หรือไม่ ซึ่งถึงวันนี้ พลากร สมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ยังคงยืนยันคำเดิมว่า รอความชัดเจนจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
เป็นที่จับตามองเช่นเดียวกับค่ายฟรีทีวีรายอื่นว่า ช่อง 7 จะโดดประมูลช่องทีวีดิจิตอลแข่งกับค่ายอื่นๆ หรือไม่ ซึ่งถึงวันนี้ พลากร สมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ยังคงยืนยันคำเดิมว่า รอความชัดเจนจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
“ถึงอย่างไรดิจิตอลก็ต้องมา การเปลี่ยนผ่านต้องเกิดแน่ กสทช.มีแผนเปลี่ยนผ่านจากระบบอะนาล็อกเป็นดิจิตอล คือ การเปลี่ยนแปลงที่ช่อง 7 ต้องปรับทั้งบุคลากร เทคโนโลยี ซึ่งก็ศึกษาอยู่ แต่รอความชัดเจนเรื่องการประมูลอยู่”
แต่ที่แน่นอน คือ ช่อง 7 มีความพร้อมรับการเปลี่ยนผ่าน เพราะ ณ ขณะนี้ อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ในการผลิตรายการ การออกอากาศ เป็นเครื่องมือในระบบดิจิตอลทั้งหมด ขณะที่ระบบอะนาล็อกไม่มีผู้ผลิตอุปกรณ์อีกแล้ว การปรับตัวในแง่ของอุปกรณ์จึงไม่ใช่เรื่องยาก โดยช่อง 7 มั่นใจว่ามีความพร้อมทั้งในแง่บุคลากร คอนเทนต์ และเทคโนโลยี
“เราเป็นรายแรกที่นำรถถ่ายทอดสดระบบเอชดีมาใช้ตั้งแต่ 3 ปีก่อน จะเห็นว่ามวย 7 สี วันอาทิตย์จะคมชัดเป็นพิเศษ นี่เป็นเรื่องยืนยันความพร้อมของช่อง 7”
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญขณะนี้ คือ ความชัดเจนด้านเงื่อนไขและการประมูลของ กสทช. ความพร้อมของโครงการ รวมไปถึงเงื่อนเวลาที่วางไว้ เพราะไม่มั่นใจว่าผู้ที่ชนะการประมูลจะสามารถทำตามที่กำหนดหรือไม่ ซึ่งทำให้เชื่อว่าการให้ใบอนุญาตอาจไม่ทันในปีนี้ เนื่องจากต้องรอความพร้อมจากหลายปัจจัย
พลากร กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ เมื่อมีการแตกช่องใหม่ถึง 48 ช่อง และทุกช่องมีแพลตฟอร์มคล้ายกัน อาจทำให้เกิดปัญหาด้านบุคลากรที่ไม่เพียงพอ เพราะผู้ประกอบการทุกรายต้องใช้บุคลากรเพิ่มมากขึ้นในกระบวนการผลิตเพื่อรองรับกับช่องรายการที่เพิ่มขึ้นมาก
ขณะที่ช่อง 7 เอง มีความมั่นใจในศักยภาพคอนเทนต์ที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม มีเรตติ้งเป็นอันดับ 1 นี่เป็นสิ่งที่ช่อง 7 ในฐานะคนทำธุรกิจโทรทัศน์ภูมิใจว่าผู้ชมชื่นชอบโดยไม่ได้วัดผลในแง่รายได้อย่างเดียว
นอกจากนี้ ช่อง 7 ยังเดินหน้าปรับปรุงคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากรายการกิ๊กดู๋ สงครามเพลง ที่ปรับรูปแบบรายการแล้วเรตติ้งเพิ่มขึ้น ทำให้มีซีซั่น 2 ตามมา รวมไปถึงการมองหาคอนเทนต์รายการจากต่างประเทศมาเสริม เช่น เชฟกระทะเหล็ก ไทยแลนด์ Dancing with the Stars รายการลิขสิทธิ์จากบีบีซี ประเทศอังกฤษ
รายการกีฬาเป็นอีกหนึ่งคอนเทนต์ที่ช่อง 7 ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้ตั้งงบถึง 1,000 ล้านบาท เพื่อซื้อลิขสิทธิ์รายการกีฬาทั้งระดับโลก เอเชีย และพัฒนากีฬาในประเทศ มาให้ผู้ชมได้รับชมกันในช่วง 3 ปีจากนี้ เช่น ฟุตบอลเอฟเอ คัพ ของประเทศอังกฤษ และเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ
และล่าสุดคือ การร่วมกับเครื่องดื่ม บีอิ้ง บอดี้ไลน์ จัดการประกวด “ยังโมเดล 2013” เพื่อกลุ่มเป้าหมายสาววัยทีนอายุ 1214 ปี โดยจะเปิดรับสมัครและคัดเลือกในวันที่ 6 และ 13 ก.ค.นี้ จากนั้นจะเป็นรอบตัดสินในวันที่ 3 ส.ค.
ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ช่อง 7 ยังเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในฐานะคนทำธุรกิจโทรทัศน์ โดยมีเป้าหมายเพื่อผู้ชมเป็นสำคัญ และพร้อมปรับเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา







