posttoday
ไฟแนนว์ทูเดย์

ไฟแนนว์ทูเดย์

27 มิถุนายน 2556

...เสี่ยน้อยพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจหนี้สินและรายจ่าย กำลังสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ของกระทรวง เมื่อต้องเป็นผู้เซ็นอนุมัติให้มีการกู้เงินครั้งเดียววันเดียวสูงถึง 3.2 แสนล้านบาท มากที่สุดนับตั้งแต่รัฐบาลไทยเคยกู้ยืมมาโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อลงทุนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท แว่วมาว่า ในวันนี้หากคำพิพากษาของศาลปกครองที่มีผู้ไปฟ้องร้องให้ระงับโครงการน้ำทั้งหมดไม่ออกมาทำให้โครงการสะดุดเสียก่อน เสี่ยน้อยก็จะตวัดปากกาอนุมัติให้มีการกู้เงินแน่นอน ต่อไปใครเจอะหน้าต้องเรียกสมญาใหม่ “เสี่ยน้อย ลูกเจ้าพ่อเงินกู้”

...เสี่ยน้อยพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจหนี้สินและรายจ่าย กำลังสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ของกระทรวง เมื่อต้องเป็นผู้เซ็นอนุมัติให้มีการกู้เงินครั้งเดียววันเดียวสูงถึง 3.2 แสนล้านบาท มากที่สุดนับตั้งแต่รัฐบาลไทยเคยกู้ยืมมาโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อลงทุนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท แว่วมาว่า ในวันนี้หากคำพิพากษาของศาลปกครองที่มีผู้ไปฟ้องร้องให้ระงับโครงการน้ำทั้งหมดไม่ออกมาทำให้โครงการสะดุดเสียก่อน เสี่ยน้อยก็จะตวัดปากกาอนุมัติให้มีการกู้เงินแน่นอน ต่อไปใครเจอะหน้าต้องเรียกสมญาใหม่ “เสี่ยน้อย ลูกเจ้าพ่อเงินกู้”

...เสี่ยน้อยนั้น ถือเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์อยู่เนืองๆ หากย้อนกลับไปในสมัยนั่งเป็นอธิบดีกรมบัญชีกลาง เขาผู้นี้ก็เคยสร้างประวัติศาสตร์ทางการเงินการคลังของประเทศ เมื่อลงนามอนุมัติให้ยึดเงินอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4.6 หมื่นล้านบาท เรียกเงินในทุกบัญชีเข้าคลังของประเทศมาแล้ว จนทำให้เสี่ยน้อยเป็นคนโด่งดังไปชั่วข้ามคืน

...กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาเรตติ้งของรัฐบาลที่ลดฮวบลง ทำให้งานกระทรวงการคลังหยุดนิ่งยิ่งกว่าโดนแช่แข็ง เพราะทั้ง กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง และ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง หนาวๆ ร้อนๆ ว่าจะถูกปรับออกจากตำแหน่งเสนาบดีทั้ง 2 คน

...การเปลี่ยนตัว 2 ขุนคลัง ต้องถือว่ากระทบนโยบายเศรษฐกิจภาพรวม ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยจะมีผลงานที่ออกมาเป็นกอบเป็นกำอยู่แล้ว แถมยังทิ้งปัญหาภาระทางการคลังไว้อีกจำนวนมหาศาลที่ยังสะสางไม่ได้ ทั้งการใช้เงินในโครงการรับจำนำข้าวที่พุ่งไปมากกว่า 6.2 แสนล้านบาท การใช้เงินคืนรถคันแรกกว่า 9 หมื่นล้านบาท การสร้างหนี้จาก พ.ร.ก. 3.5 แสนล้านบาท และการออก พ.ร.บ.กู้เงินก้อนโต มโหฬารกว่า2 ล้านล้านบาท ที่มีแนวโน้มทำให้ฐานะของประเทศอ่อนแอมากกว่าเข้มแข็ง

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่รัฐบาลสุมปัญหาจนหนี้เสียท่วมแบงก์รัฐแทบทุกแห่ง เอสเอ็มอีแบงก์มีหนี้เสีย 3.1 หมื่นล้านบาท ธนาคารอิสลามมีหนี้เสียพุ่งเป็น 3.9 หมื่นล้านบาท ขณะที่ ธ.ก.ส. ก็ใช้เงินในโครงการรับจำนำข้าวไปแล้ว 2.2 แสนล้านบาท ธนาคารออมสินทุ่มเงินกว่า 1.05 แสนล้านบาท อุ้มโครงการน้ำของรัฐบาล ทั้งหมดเป็นการทำให้แบงก์รัฐตกอยู่ในภาวะแห่งความสุ่มเสี่ยง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท