
ส่องความคืบหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
หลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 จังหวัดชายแดนของไทยจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรองรับการค้าการลงทุนที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น โดยหนึ่งในพื้นที่สำคัญ คือ อ.แม่สอด จ.ตาก
สมศักดิ์ คะวีรัตน์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก ไล่เรียงว่า การเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดเสรีด้านการค้าและการลงทุนในพื้นที่ จ.ตาก ที่เห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุดคือ การจัดทำเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ครอบคลุมพื้นที่ ต.แม่ปะ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด พื้นที่ 5,603 ไร่ ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำเมย ตลอดจนการสร้างถนนและสะพานมิตรภาพไทยพม่า แห่งที่ 2 บริเวณบ้านวังตะเคียนฝั่งไทย และบ้านเยปูฝั่งพม่า ระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมระหว่างสองประเทศ
การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดมีเป้าหมายเพื่อเป็นเมืองคู่แฝดร่วมกับเมืองเมียวดีของฝั่งพม่า เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันและดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาทำธุรกิจในพื้นที่นี้มากขึ้น โดยสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ไม่ไกลจากแห่งเดิมมากนัก ซึ่งหากแล้วเสร็จในปี 2560 น่าจะช่วยบรรเทาความหนาแน่นและลดค่าใช้จ่ายในการติดอยู่ที่ด่านลงได้
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาทำได้ค่อนข้างล่าช้า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะงบประมาณ และส่วนใหญ่ขั้นตอนอยู่ระหว่างการศึกษา ออกแบบ แต่ยังไม่ตัดสินใจดำเนินการ ขณะที่เรื่องกฎระเบียบ สิทธิประโยชน์ ที่จำเป็นต้องปรับปรุงขึ้นใหม่เพื่อดึงดูดนักลงทุนก็ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งที่ความเป็นจริงเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้น่าจะต้องแล้วเสร็จพร้อมมีผลบังคับใช้ได้ก่อนปี 2558 เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันให้กับประเทศ เพราะแม่สอดถือเป็นจุดศูนย์กลางการขนส่งสินค้าจากไทยไปพม่า แต่ประเมินจากภาวะปัจจุบันคงไม่ทันเปิดเออีซี
ทั้งนี้ หากเทียบกับฝั่งพม่า พบว่ามีการพัฒนารวดเร็วมาก หลังจากพม่าเปิดประเทศก็ปรับตัวอย่างรวดเร็ว การจัดทำพื้นที่อุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรมในฝั่งเมืองเมียวดี พม่าได้มาศึกษาการพัฒนาจากไทย แต่ปัจจุบันสามารถพัฒนาไปได้รวดเร็วกว่า และมีความพร้อมที่จะรองรับนักลงทุนแล้ว ซึ่งหากไทยพัฒนาไม่ทันจะเสียโอกาสด้านเศรษฐกิจอย่างมาก เพราะแทนที่จะเป็นโครงการร่วมกัน แต่ไทยกลับยังไม่มีความชัดเจน โอกาสที่นักลงทุนจะเข้าไปลงทุนในฝั่งพม่าคงมีมากกว่า
“อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง หากการขนส่งได้รับการพัฒนาจะยิ่งร่นเวลาเดินทางได้มากขึ้น ซึ่งอาจช่วยหนุนให้การส่งออกสินค้าจากไทยไปพม่าเพิ่มเป็น 8 หมื่น1 แสนล้านบาทได้ จากปัจจุบัน 4 หมื่นล้านบาท”
ด้านฝั่งของเอกชนได้เริ่มปรับตัวเพื่อรองรับความเจริญในพื้นที่อยู่แล้ว เห็นจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ เช่น มีห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตเปิดใหม่ มีคอนโดใหม่ผุดขึ้น 2-3 แห่ง ส่วนราคาที่ดินในแม่สอดก็พุ่งขึ้นสูงเป็น 2-3 เท่าตัว โดยเฉพาะเส้นทางที่ติดถนนสายเอเชีย ขณะที่นักธุรกิจไทยเข้าไปสำรวจช่องทางการค้าและการลงทุนในพม่าอย่างต่อเนื่อง
ภาคเอกชนมองว่าเส้นทางการขนส่งสินค้าผ่านทางแม่สอดเข้าประเทศพม่าเป็นเส้นทางที่มีความได้เปรียบมากที่สุด เพราะระยะทางไม่ไกล แต่ปัจจุบันการเดินทางใช้เวลานาน หากมีการพัฒนาให้เชื่อมโยงดีกว่านี้จะลดเวลาการขนส่งได้อีกมาก รวมทั้งสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ และคาดว่าเมื่อเปิดเออีซีจะยิ่งทำให้พื้นที่นี้เติบโตมากขึ้นในทุกด้าน







