
ทันสถานการณ์
เขย่าเก้าอี้ซีอีโอ ปตท.
เขย่าเก้าอี้ซีอีโอ ปตท.
รายงานข่าวจากบริษัท ปตท. แจ้งว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารบริษัท ปตท. (บอร์ด ปตท.) วันที่ 28 มิ.ย.นี้ ที่มีนายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี เป็นประธานบอร์ด ปตท. คาดว่าจะพิจารณาเรื่องการดำรงตำแหน่งของนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบคุณสมบัตินายไพรินทร์ กรณีเข้าไปเป็นกรรมการอิสระของบริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ ในเครือของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ขัดต่อ พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่ห้ามไม่ให้กรรมการและพนักงานเข้าไปเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษา หรือทำงานให้กับบริษัทอื่นๆ ยกเว้นประธานบอร์ด ปตท.จะมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่นั้นๆ แม้ว่านายไพรินทร์จะลาออกการเป็นกรรมการอิสระไปแล้วโดยที่ยังไม่ได้เข้าไปร่วมทำงานกับบริษัทดังกล่าวก็ตาม
ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีข่าวว่าจะมีการปลดปลดนายไพรินทร์ออกจากตำแหน่งในการประชุมบอร์ดปตท.ครั้งนี้ สอดคล้องกับกระแสการเมืองที่ต้องการเปลี่ยนตัวผู้บริหารสูงสุดของปตท.เพราะตามากมองในมุมของกฎหมาย พ.ร.บ.คุณสมบัติและมาตรฐานฯ ถือว่านายไพรินทร์กระทำความผิดโดยสมบูรณ์แล้ว แต่ในมุมของหลักรัฐศาสตร์อาจตีความได้ว่า ความผิดดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นเพราะนายไพรินทร์ ยังไม่ได้เข้าไปทำงานในตำแหน่งกรรมการอิสระในบริษัทดังกล่าว เพราะได้ลาออกมาก่อน จึงขึ้นอยู่กับทางการเมืองว่าจะตัดสินใจอย่างไรจะยอมให้นายไพรินทร์ ดำรงตำแหน่งระดับสูงสุดของปตท.ต่อไปหรือว่า ต้องการให้พ้นจากตำแหน่งก็สามารถใช้เงื่อนไขความผิดดังกล่าวมาปลดนายไพรินทร์ได้เช่นกัน
อียูเล็งตั้งโรงงานรีไซเคิลขยะ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รายงานว่า เตรียมผลักดันให้มีการเจรจาการค้าด้านธุรกิจพลังงาน ระหว่างวันที่ 26-29 มิ.ย.นี้ โดยบริษัท ดีซอย โฮลดิ้ง เอจี จากยุโรป ซึ่งมีเทคโนโลยีการนำขยะมารีไซเคิลเป็นพลังงาน และมีความพร้อมด้านการเงินต้องการหานักธุรกิจไทย เพื่อเป็นหุ้นส่วนธุรกิจในสาขาขยะรีไซเคิล พลังงาน หรือกิจการเกี่ยวกับการรับซื้อขยะ เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะมีวัตถุดิบ (ขยะพลาสติก) ป้อนโรงงานอย่างสม่ำเสมอ
ทั้งนี้ บริษัท ดีซอยฯ เห็นว่าไทยมีขยะเพียงพอ และทั่วประเทศมีชุมชนขนาดที่มีประชากรเกิน 2 แสนคน ซึ่งสามารถตั้งโรงงานได้ จึงตัดสินใจจัดคณะเดินทางมาไทยเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างพลังงานทดแทนโดยการใช้นวัตกรรมใหม่
เยอรมนีสนซอฟต์แวร์ไทย
นายชนินทร์ ขาวจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ กรุงแฟรงก์เฟิร์ต สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ แฟรงก์เฟิร์ต) เปิดเผยว่า บีโอไอได้นำคณะผู้บริหารจากบริษัทซอฟต์แวร์ชั้นนำ 4 บริษัทของไทยไปร่วมงานเอเชียแปซิฟิกวีก 2013 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และร่วมงานไทยแลนด์ บิซิเนสเดย์ เพื่อให้ธุรกิจสองประเทศได้จับคู่ธุรกิจและหารือเรื่องการค้าการลงทุนระหว่างกัน
ทั้งนี้ ผลการหารือเบื้องต้นผู้ประกอบการไทย 4 รายได้เจรจาธุรกิจกับผู้แทนของบริษัทเยอรมนี 7 ราย และมีแนวโน้มจะได้รับงานผลิตซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจค้าปลีก รวมทั้งซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการควบคุมการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม การบริหารจัดการองค์กรทั่วไป และด้านสุขภาพ โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากขยะหรือมูลสัตว์ (Biomass) เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ (Biogas)
สำหรับปี 2539-2555 ที่ผ่านมา พบว่ามีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ 1,080 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.23 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการของคนไทย 666 โครงการ เงินลงทุน 7,190 ล้านบาท เป็นโครงการลงทุนจากต่างประเทศ 414 โครงการ เงินลงทุนรวม 5,120 ล้านบาท โดยประเทศที่ลงทุนในกิจการซอฟต์แวร์มากที่สุด คือ ญี่ปุ่น สหรัฐ อังกฤษ สิงคโปร์ และเยอรมนี







