posttoday
เงินบาทเจอพิษคิวอีผันผวนหนักถึง10เท่า

เงินบาทเจอพิษคิวอีผันผวนหนักถึง10เท่า

26 มิถุนายน 2556

สถานการณ์ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าอย่างรวดเร็วและช่วงห่างก็กว้างขึ้นอย่างมากในแต่ละวัน ทำให้หลายคนเกิดคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับตลาดเงิน

สถานการณ์ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าอย่างรวดเร็วและช่วงห่างก็กว้างขึ้นอย่างมากในแต่ละวัน ทำให้หลายคนเกิดคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับตลาดเงิน

วศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ความผันผวนที่รุนแรงของค่าเงินบาทมาจากการส่งสัญญาณถอนมาตรการซื้อคืนพันธบัตร (คิวอี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงกลางปีหน้า

หลังจากนี้ไป ค่าเงินบาทจะมีความเคลื่อนไหวที่ผันผวนและรุนแรงจากภาวะปกติถึง 10 เท่า

เดิมเงินบาทจะขึ้นลงอยู่ในกรอบแค่วันละ 510 สตางค์ สูงสุดแค่ 15 สตางค์ แต่หลังจากนี้ไปจะแกว่งตัวในกรอบที่กว้างขึ้นเป็นวันละ 30-50 สตางค์ ซึ่งเป็นระดับที่อาจส่งผลกระทบต่อกำไรขาดทุนของธุรกิจได้สูง

วศิน กล่าวว่า ในภาวะที่คาดเดาได้ยากเช่นนี้ การปิดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในรูปแบบสัญญาออปชั่น (Option) จะมีความเหมาะสมมากกว่าการทำสัญญาฟอร์เวิร์ด เนื่องจากออปชั่นจะเปิดช่องว่างให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้สิทธิในอัตราแลกเปลี่ยนที่ตกลงไว้หรือไม่ก็ได้ แต่หากผู้ประกอบการไม่ป้องกันความเสี่ยงไว้เลยโอกาสเสียหายจะสูงมาก

นอกจากผลกระทบในด้านอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว การส่งสัญญาณถอนคิวอีของสหรัฐยังทำให้ต้นทุนการกู้ยืมเงินระยะยาวที่มากกว่า 1 ปีของธุรกิจไทยในขณะนี้ขยับเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 0.5% เห็นได้จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ดีดตัวขึ้น

ดังนั้น จึงอยากแนะนำให้ธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องกู้ยืมเงินในช่วง 2-3 เดือนนี้ ใช้ช่องทางระดมทุนผ่านตราสารระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี หรือใช้สินเชื่อระยะสั้นกับธนาคาร เพื่อรอดูสถานการณ์ต่อไปก่อน

“ต้นทุนการกู้ยืมในตลาดตราสารหนี้ของเอกชนตอนนี้ถือว่าแพงขึ้นพอสมควร ทำให้ลูกค้าบางส่วนเริ่มชะลอการออกหุ้นกู้ระยะยาวชดเชยของเดิมและหันมาออกตราสารระยะสั้น ซึ่งต้นทุนยังไม่เพิ่มขึ้นหรือใช้สินเชื่อกับธนาคารแทน เพื่อรอดูภาวะตลาดไปอีกระยะ เนื่องจากหากเศรษฐกิจจีนไม่แย่อย่างที่คิดและสหรัฐยังไม่ฟื้นเต็มที่ โอกาสที่ต้นทุนการเงินจะลงมาก็ยังมี” วศิน กล่าว

สำหรับผลดำเนินงานสายลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ของธนาคารกสิกรไทยในครึ่งปีแรกนี้ คาดว่าสินเชื่อจะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 4.13 แสนล้านบาท หรือขยายตัว 4.4% ขณะที่สินเชื่อการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับจีนปัจจุบันธนาคารมีอยู่ราว 4.5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 5% ของฐานสินเชื่อรายใหญ่รวม ซึ่งเป็นปริมาณที่ไม่สูงมากนัก จึงเชื่อว่าสัดส่วนหนี้เสียจะทรงตัวที่ระดับเดียวกับปีที่ผ่านมาคือไม่เกิน 23%

ขณะที่ ธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารได้มีการปรับมุมมองค่าเงินบาทในช่วงสิ้นปีนี้ใหม่เป็น 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่คาดว่าเงินบาทในสิ้นปีนี้จะปิดที่ระดับ 28.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ