
BAYเก็งดีลจบสัปดาห์นี้
หนีไม่พ้นขายหุ้นใหญ่ให้‘มิตซูบิชิ’โบรกเกอร์แนะนำซื้อรอเทนเดอร์ฯ40บาท
หนีไม่พ้นขายหุ้นใหญ่ให้‘มิตซูบิชิ’โบรกเกอร์แนะนำซื้อรอเทนเดอร์ฯ40บาท
หุ้นแบงก์กรุงศรีพุ่งแรง เก็งข่าวมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ซื้อหุ้นใหญ่ คาดดีลจะเกิดสัปดาห์นี้
นักลงทุนแห่ซื้อธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ตั้งแต่เปิดตลาดและต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นแรง 2 บาท หรือ 6.11% ปิดที่ 34.75 บาท ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายสูงสุดของวันที่ระดับ 2,889 ล้านบาท สวนทางภาวะตลาดโดยรวมที่ทรุดลง 36 จุด
โบรกเกอร์ เปิดเผยว่า นักลงทุนเข้าซื้อหุ้น BAY หลังสำนักข่าวหลายแห่งรายงานว่า มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จะเข้าซื้อหุ้นใหญ่ในธนาคารกรุงศรีฯ ถึง 51% แม้ว่า BAY จะแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่าถึงขณะนี้ธนาคารไม่ได้รับการแจ้งจากกลุ่มจีอีซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลักของธนาคารเกี่ยวกับพัฒนาการในเรื่องนี้แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ตลาดคาดการณ์ว่าดีลการซื้อหุ้นขนาดใหญ่ของธนาคารกรุงศรีฯ น่าจะเสร็จเรียบร้อยภายในสัปดาห์นี้ และคงจะหนีไม่พ้นที่จะขายหุ้นให้ Mitsubishi UFJ Financial Group Inc. (MUFG) จากญี่ปุ่นจะเข้าซื้อหุ้น 51% ใน BAY ซึ่งอาจจะนับเป็นการเข้าซื้อกิจการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยธนาคารของประเทศญี่ปุ่นที่มีมูลค่าสูงที่สุด หากคำนวณจากมูลค่าตลาดของหุ้นธนาคารในปัจจุบันแล้ว อาจจะทำให้ธุรกรรมนี้มีมูลค่าสูงถึง 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับขั้นตอนแรก MUFG จะซื้อหุ้นทั้งหมดที่จีอี แคปปิตอล ถืออยู่ ใน BAY 25% แล้วหลังจากนั้นก็จะทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมด (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอซื้อหุ้นส่วนที่เหลือของ BAY
ขณะที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในประเทศ คือ กลุ่มรัตนรักษ์ จะยังคงรักษาสัดส่วนหุ้น 22% เอาไว้ และจะเป็นพันธมิตรทำงานร่วมกับ MUFG ในการบริหาร BAY ต่อไป
“MUFG จะเข้าซื้อหุ้น BAY 51% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด 6,074 ล้านหุ้น คาดว่าราคาเทนเดอร์ออฟเฟอร์ อาจจะสูงถึง 40 บาท หรือ 2 เท่า ของราคาตามมูลค่าบัญชี (PBV) ปี 2556
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) มีมุมมองว่าในระยะสั้น ข่าวนี้น่าจะถือเป็นข่าวบวกสำหรับราคาหุ้นของ BAY แต่ในระยะกลางมองเห็นความเสี่ยงในด้านการดำเนินงานของธนาคาร และมีความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการเปลี่ยนตัวทีมผู้บริหารธนาคาร
นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต มองว่าธุรกรรมนี้จะต้องได้รับอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และการที่ BAY มีผลการดำเนินงานดีและไม่มีปัญหาด้านเงินทุน ดังนั้น ธปท.ไม่น่าจะอนุมัติให้ MUFG เข้าซื้อหุ้น BAY มากกว่า 49% ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดในการถือหุ้นในบริษัทไทยของบุคคลต่างด้าว
“หากการเข้าซื้อดังกล่าวประสบความสำเร็จ จะทำให้แรงกดดันต่อจีอีหมดไปในขณะเดียวกัน MUFG จะสามารถใช้ BAY ในการขยายการดำเนินงานในประเทศไทยได้ และจะมีความสามารถในการเข้าถึงเงินทุนราคาถูกและเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันให้ BAY”
ทั้งนี้ การดำเนินงานของ MUFG ในประเทศไทยเน้นการสนับสนุนผ่านสาขาในกรุงเทพฯ ให้บริษัทญี่ปุ่นที่ดำเนินงานในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นักวิเคราะหหลักทรัพย์จากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) และ บล.ธนชาต ยังคงคำแนะนำซื้อหุ้น BAY โดย บล.เคจีไอ ให้ราคาเป้าหมายที่ 39 บาท อิงจาก 1.9 เท่า ของราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี ปี 2556 และแนะนำให้นักลงทุนถือหุ้นเอาไว้เพื่อรอขายเมื่อ MUFG ทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ ขณะที่นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต แนะนำซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมาย 38 บาท







