
ซีพีเอฟชูพลังงานทลายกำแพงการค้า
โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์
โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์
ปัจจุบันทุกองค์กรธุรกิจต่างให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานเพื่อลดต้นทุนและสร้างแต้มต่อทางธุรกิจ โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่อย่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ที่ ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือซีพี ได้วางเป้าหมายการจัดการพลังงานเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญขององค์กร
ที่ผ่านมา ทุกบริษัทในเครือซีพีได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพลังงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลดการใช้พลังงาน การหาพลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ ทำให้ช่วยลดต้นทุนในองค์กรได้อย่างมาก
จนถึงวันนี้ เครือซีพีมองไกลถึงการประหยัดพลังงานในระดับอาเซียน จากการมีเครือข่ายทั้งการผลิตและการทำตลาดในภูมิภาคอาเซียน และต้องยอมรับว่ามาตรฐานสากลด้านการจัดการพลังงานเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ และลดการกีดกันทางการค้าในประเทศที่ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว
ดังนั้น การได้รับใบรับรองมาตรฐานระบบการจัดการพลังงานมาตรฐานสังคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEMAS) ระดับ Gold Standard เป็นรายแรกของอุตสาหกรรมในประเทศไทย และรายแรกของ 10 ประเทศสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จึงถือเป็นอีกความสำเร็จของเครือซีพีในระดับสากล
อนันต์ วงศ์เจริญ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า โรงงานแปรรูปสุกรแปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา ของซีพีเอฟ ได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าว จะถือเป็นโรงงานต้นแบบในเครือซีพีสำหรับขยายผลการพัฒนามาตรฐานดังกล่าวในโรงงานอื่นๆ ของเครือซีพีต่อไป
“เราตั้งเป้าปี 2557 ทั้ง 11 โรงงานของซีพีเอฟจะได้รับมาตรฐานดังกล่าวทั้งหมด รวมถึงโรงงานของซัพพลายเออร์ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ซึ่งซีพีเอฟพร้อมเป็นเซ็นเตอร์ให้”
ทั้งนี้ เครือซีพีได้เริ่มใช้มาตรการลดวิกฤตพลังงานมาตั้งแต่ปี 2546 จนได้รับการรับรองมาตรฐานไอเอสโอ 50001 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านการจัดการพลังงานระดับหนึ่ง จากนั้นในปี 2554 ภูมิภาคอาเซียนได้เริ่มจัดทำโครงการจัดการพลังงานมาตรฐานสังคมเศรษฐกิจอาเซียนขึ้นซีพีเอฟจึงเข้าร่วมโดยเริ่มจากโรงงานแปรรูปสุกรแปดริ้ว และได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าวเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
การเลือกโรงงานแปรรูปสุกรแปดริ้วเป็นแห่งแรก เนื่องจากเป็นโรงงานขนาดไม่ใหญ่มาก สามารถควบคุมดูแลได้ผลดีกว่าโรงงานขนาดใหญ่ และที่สำคัญคือจะใช้เป็นต้นแบบสำหรับโรงงานของซัพพลายเออร์หรือโรงงานทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการเพื่อสร้างมาตรฐานดังกล่าวด้วย
“หัวใจสำคัญของ AEMAS คือ การสร้างความมีส่วนร่วมด้านการประหยัดพลังงานของทุกคนในองค์กร โดยเฉพาะพนักงานทุกระดับที่มีโอกาสแสดงความคิดเห็นและลงมือปฏิบัติ ทำให้ได้ผลดีกว่าการสั่งการจากระดับบนลงไป และเป็นมาตรฐานที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง มีการประเมินผลต่อเนื่องถึง 3 ระดับ”
ด้าน อำนาจ กิตติกรัยฤทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมซีพีเอฟ และผู้จัดการพลังงานของโรงงาน ซึ่งเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับการรับรองให้เป็นผู้จัดการด้านพลังงานคนแรกของประเทศไทยในโครงการ AEMAS กล่าวว่า ปัจจุบันมีคนไทยที่ได้รับการรับรองลักษณะนี้แล้วกว่า 100 คน
“ผมได้รับการรับรองให้เป็นเทรนเนอร์ หรือผู้เชี่ยวชาญที่จะพัฒนาโครงการนี้ โดยบริษัทที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งการพัฒนาจะมี 3 ระดับ ตั้งแต่ 1 ดาว 2 ดาว จนถึง 3 ดาว และรางวัลนี้เป็นมาตรฐานที่อียูหรือสหภาพยุโรปให้การยอมรับ ทำให้ส่งผลดีสำหรับต่อยอดไปสู่การตลาดต่อไป”
ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟเองก็มีแผนที่จะต่อยอดธุรกิจเนื้อสุกรในตลาดต่างประเทศเช่นกัน แต่ปัจจุบันยังติดปัญหาการนำเข้าในหลายประเทศ โดยเฉพาะตลาดใหญ่อย่างอียูและญี่ปุ่น
ดังนั้น จึงเชื่อว่ามาตรฐานระดับสากลที่ได้มาจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทลายกำแพงกีดกันทางการค้าและสามารถทำตลาดได้ง่ายขึ้น หากมีการเปิดให้นำเข้าเนื้อสุกรแปรรูปเข้าไปจำหน่ายได้ในอนาคตอันใกล้นี้ และย่อมหมายถึงโอกาสของผู้ประกอบการรายอื่นๆด้วยเช่นกัน







