posttoday
แผนการดูแลล่วงหน้า: ความสำคัญของหนังสือแสดงเจตนารมย์ในการจัดการชีวิต

แผนการดูแลล่วงหน้า: ความสำคัญของหนังสือแสดงเจตนารมย์ในการจัดการชีวิต

24 มิถุนายน 2556

โดย...ธีระ ภู่ตระกูล CFP® นายก สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

โดย...ธีระ ภู่ตระกูล CFP® นายก สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

คุณยายของผมเสียไปเมื่อสองปีที่แล้วตอนที่มีอายุครบ 101 ปี ท่านเป็นคนหนึ่งที่ทำบุญมามากในชาติก่อน เพราะสามารถผ่านชีวิตในช่วงสงครามโลกถึงสองครั้ง ท่านได้มีโอกาสเห็นมนุษย์คนแรกเดินบนดวงจันทร์ และที่สำคัญที่สุด ท่านได้มีโอกาสใช้เวลาอันมีค่ากับเหลนของท่านหลายคน เป็นโอกาสที่ไม่กี่คนจะได้รับ โดยรวม ท่านได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข นอกเหนือจากในช่วงไม่กี่เดือนสุดท้ายของชีวิตท่าน เมื่อท่านต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อจะมีชีวิตอยู่ต่อ ในช่วงดังกล่าว ลูกหลานของท่านได้ถกเถียงกันหลายครั้งเกี่ยวกับการวางแผนหลังจากที่ท่านเสียชีวิตแล้ว (end of life planing)  และการตัดสินใจที่ยากเย็นเกี่ยวกับการให้ท่านดับชีพตามธรรมชาติ หรือจะยืดชีวิตของท่านโดยการใช้เครื่องช่วยหายใจต่อไป ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก

ในช่วงดังกล่าว คุณยายของผมก็กลายเป็น ‘เจ้าหญิงนิทรา’ ไปแล้ว ไม่มีโอกาสที่ท่านจะบอกว่า ท่านอยากไปจากโลกนี้อย่างไร ในที่สุด คุณลุงของผมตัดสินใจที่จะใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อประทังชีวิตของท่าน โดยไม่คำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น การตัดสินใจเช่นนี้ ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ทำให้รู้สึกผิดน้อยที่สุด เพราะครอบครัวของเรามีทรัพย์สินพอที่จะทำทุกอย่างเพื่อยืดชีวิตของคุณยายต่อไป เราคงจะไม่มีวันรู้ว่า คุณยายของผมต้องการให้เราทำในสิ่งที่เราทำหรือไม่ แต่ลองคิดถึงครอบครัวที่ไม่มีทรัพย์สินมาก พวกเขายังจะตัดสินใจแบบเดียวกับครอบครัวของผมหรือไม่

วิธีหนึ่งที่จะเตรียมการสำหรับกรณีดังกล่าว คือที่นักวางแผนการเงินจะเรียกว่า “แผนการดูแลล่วงหน้า (advance care planning)” ซึ่งเริ่มด้วยการแต่งตั้งใครสักคนที่คุณไว้ใจให้เป็นผู้ที่ตัดสินใจแทนคุณ และที่มีความสำคัญเช่นเดียวกัน คุณจะต้องพูดคุยกับบุคคลที่คนเจาะจงจะให้เป็นผู้ดูแลคุณ (health care agent) อาทิ คู่สมรส ญาติสนิท หรือเพื่อนสนิท ถึงสิ่งต่างๆ ที่คุณต้องการ --- คุณต้องการใช้ชีวิตหรือให้ดูแลอย่างไรเมื่อคุณไม่สบาย และภายใต้กรณีใดที่คนประสงค์จะตายเป็นต้น สุดท้าย อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหากคุณยกร่างหนังสือแสดงความประสงค์ของคุณในรูปแบบคล้ายกับหนังสือแสดงเจตนารมย์ในการจัดการชีวิต (Living Will)

คุณต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในการยกร่างหนังสือแสดงเจตนารมย์ในการจัดการชีวิต เพราะส่วนมากการเขียนคำสั่งที่ไม่ชัดเจนอาจไม่มีความหมายและค่าของกระดาษที่เขียนลงไป หนังสือดังกล่าวมักจะมีการแสดงเจตนารมย์ให้กับแพทย์ที่ดูแลรักษาคุณในกรณีที่คุณป่วยแบบใกล้ตาย (terminal illness) แต่ความหมายของการป่วยดังกล่าวจะแตกต่างกันพอสมควร ซึ่งอาจหมายถึงคุณสามารถจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 1 ชั่วโมง ถึง 6 เดือน นอกจากนี้ หนังสือแสดงเจตนารมย์มักจะถูกยกร่างขึ้นหลายปีก่อนที่จำเป็นต้องใช้ ซึ่งอาจจะเป็นปัญหา เนื่องจากเมื่อคนเรามีอายุสูงขึ้น เรามักจะเปลี่ยนใจ/เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เราสามารถยอมรับได้ โดยเฉพาะเมื่อเราต้องเผชิญกับการป่วยหนัก ด้านล่างจะเป็นประเด็นต่างๆ ที่คุณอาจต้องพิจารณาสำหรับหนังสือแสดงเจตนารมย์ในการจัดการชีวิตของคุณ

๐     มีวิธีการรักษารูปแบบใดที่คุณต้องการรับหรือไม่รับ

๐     หากหัวใจคุณหยุดเต้น ภายใต้กรณีใดที่คุณต้องการให้แพทย์ใช้ CPR (การปั้มหัวใจ) ในการช่วยคุณฟื้นคืนชีพ

๐     คุณต้องการได้รับการรักษาด้วยเครื่องช่วยต่างๆ หรือไม่ อาทิ เครื่องช่วยหายใจ (ปอดเหล็ก) ยาปฏิชีวนะ หรือการสอดสายยางเพื่อให้อาหารอาหาร หรือต้องการใช้เป็นการชั่วคราว และหยุดใช้หาก ไม่มีพัฒนาการใดๆ เกิดขึ้น

๐     คุณต้องการรับการรักษาเหล่านี้ไม่ว่าคุณมีสภาพร่างกายอย่างไร เป็นการชั่วคราว หรือไม่รับการรักษาเลย

ในปัจจุบัน นักวางแผนการลงทุนส่วนมากจะแนะนำให้คนที่มีอายุเกิน 18 ปี อย่างน้อยควรจะระบุคนที่ต้องการให้ดูแลและตัดสินใจแทนคุณ อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร นอกจากนี้ พัฒนาการด้านการแพทย์ทำให้การเสียชีวิตจากหลอดเลือดอุดตันในสมอง (stroke) โรคเกี่ยวกับหัวใจ และมะเร็ง จะเริ่มลดน้อยลง ซึ่งหมายความว่า คนเราอาจต้องเผชิญกับการเป็นโรค Alzheimer และโรคหลงลืมรูปแบบอื่น  จากการศึกษาเมื่อปี ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ ที่มีอายุสูงกว่า 60 ปี ประมาณ 4,000 คน พบว่า มากกว่าร้อยละ 70 ของกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว ไม่สามารถที่จะตัดสินใจใดๆ ในช่วงสุดท้ายของชีวิตในปัจจุบันจะมีโอกาสสูงขึ้นที่ร่างกายของเราจะมีอายุยืนกว่าสมอง/สติปัญญาของเรา

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เมื่อยกร่างหนังสือแสดงเจตนารมย์ในการจัดการชีวิตของคุณ คุณจะต้องคำนึงถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณ สำหรับบางคน สิ่งนั้นเป็นเพียงแค่การมีชีวิตอยู่ สำหรับคนอื่น อาจเป็นการที่คุณสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ คุณอาจจำเป็นต้องยึดมั่นความเชื่อทางศาสนาบางอย่าง หรือคุณอาจจะไม่ชอบโรงพยาบาล และอยากนอนตายที่บ้าน ก็เป็นได้

ผู้อ่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลให้ผมได้ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท