
อุดหนุนสินค้าเกษตร
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลมีเรื่องฉาวๆ ผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ดหน้าฝน
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลมีเรื่องฉาวๆ ผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ดหน้าฝน
ทั้งเรื่องตัวเลขขาดทุนมหาศาล เรื่องปริมาณข้าวล่องหน ปัญหาข้าวเน่าคาโกดัง ปัญหาคุณภาพข้าวสารและข้าวถุง อีกทั้งเริ่มมีความกังวลว่า การอุดหนุนราคาข้าวอย่างมหาศาลอาจลุกลามจนกระทบความสามารถในการก่อหนี้ของประเทศ
ทั้งหมดทั้งมวล ปลุกกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนโครงการและเร่งสร้างความโปร่งใสในการดำเนินโครงการโดยด่วน!
โครงการรับจำนำนั้นมีข้อดีอยู่ คือ ชาวนาได้รับเงินสดทันที และสามารถขายได้ตามจำนวนที่ผลิต แต่ข้อเสียของการรับจำนำ คือ มีช่องโหว่เอื้อให้เกิดการทุจริตสูง รัฐต้องใช้เงินจำนวนมากในการจ่ายค่าข้าวและการหาโกดังเพื่อเก็บรักษา และเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด หากรัฐขายข้าวไม่ได้ ก็จะขาดทุนสูง อย่างที่รัฐบาลเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
อันที่จริงรัฐบาลของทุกประเทศต่างมีการดำเนินนโยบายอุดหนุนราคาสินค้าเกษตร โดยวิธีการมีหลากหลายรูปแบบ อาทิ 1.การจ่ายเงินอุดหนุนให้เกษตรกรโดยตรง 2.การรับจำนำ 3.การกำหนดราคาขั้นต่ำ 4.การทำประกันพืชผล 5.การอุดหนุนการส่งออก และ 6.มาตรการป้องกันการนำเข้า เช่น การกำหนดโควต้าและอัตราภาษี
ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาก็ใช้งบประมาณมหาศาลในการอุดหนุนสินค้าเกษตรในแต่ละปี ทั้ง ฝ้าย ข้าวโพด และถั่วเหลือง โดยจะบรรจุอยู่ในกฎหมายเกษตรของสหรัฐ หรือฟาร์ม บิล (Farm Bill) ซึ่งเป็นกฎหมายใหญ่ครอบคลุมกฎหมายย่อยอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับด้านเกษตรและอาหาร
แต่ล่าสุด ฟาร์ม บิล ฉบับปี 2013 ที่จะใช้งบประมาณเกือบ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ก็ถูกสภาผู้แทนราษฎรโหวตคว่ำไม่เป็นท่า ซึ่งการถูกตีตกครั้งนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านเกษตรของสหรัฐ รวมไปถึงการตัดลดงบประมาณลงด้วย
สำหรับประเทศไทยเอง หากกลไกสภาผู้แทนราษฎรของไทยทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ คำนึงถึงประโยชน์ของชาติมากกว่า “พรรค” และ “พวก” เราคงมีโอกาสเห็นการอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรที่มีประสิทธิภาพ รัดกุม และเกิดประโยชน์มากกว่าโทษ
จะเป็นไปได้ไหมในชาตินี้?







