
กลต.แก้เกณฑ์เอื้อเอกชนกองอินฟรา-รีทส์คล่องตัว
ก.ล.ต.เปิดฟังความคิดเห็นปรับเกณฑ์กองทุนโครงสร้างพื้นฐานกองรีทส์กองอสังหาฯ หลังพบเอกชนปฏิบัติยาก
ก.ล.ต.เปิดฟังความคิดเห็นปรับเกณฑ์กองทุนโครงสร้างพื้นฐานกองรีทส์กองอสังหาฯ หลังพบเอกชนปฏิบัติยาก
รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ล.ต. มีแนวคิดที่จะปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trusts : REITs) ให้มีความยืดหยุ่น เพื่อเปิดกว้างและอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนสามารถจัดตั้งกองทุนได้อย่างเหมาะสม
สำหรับเกณฑ์ที่จะปรับปรุง ได้แก่ การเพิ่มสัดส่วนการถือหน่วยลงทุนของเจ้าของทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงวิธีการขอมติและการนับคะแนนเสียงของผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งปรับปรุงหลักเกณฑ์การออกหน่วยลงทุนคล้ายหนี้ให้มีความชัดเจนขึ้นและผ่อนคลายหลักเกณฑ์การขอมติกรณีกองทุนรวมมีการลดทุน
อย่างไรก็ตาม สำหรับ REITs เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่สามารถให้บริการเป็นทรัสตี้ได้ยังมีข้อจำกัดในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์รับเป็นทรัสตี้ ที่จัดการ REITs ทั้งธนาคารพาณิชย์และบริษัทในกลุ่มจะไม่สามารถทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ REITs ได้
ก.ล.ต. จึงมีแนวคิดที่จะผ่อนคลายข้อจำกัดดังกล่าว หากทรัสตีมีกลไกในการแบ่งแยกหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านต่างๆ อย่างชัดเจน เพื่อจัดการหรือป้องกันการเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
นอกจากนี้ ได้เสนอให้กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่จะยื่นขอจัดตั้งภายในปีนี้ จะต้องเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ระบุชิ้นทรัพย์สินแบบแน่นอนแล้ว
อย่างไรก็ตามก.ล.ต.จึงได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. www.sec.or.th
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หลายแห่งแสดงความสนใจที่จะจัดตั้งกองทุน REITs จำนวนมาก แต่ติดปัญหาไม่สามารถจัดหาทรัสตี้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยในปัจจุบันยังไม่มีรายใดได้รับอนุญาตให้เป็นทรัสตี้แต่อย่างใด
โดยในส่วนของบลจ.ที่สนใจจะขอยื่นเป็นทรัสตีต่อก.ล.ต. ได้แก่ บลจ.กรุงไทยและบลจ.แลนด์ แอนด์เฮ้าส์ เป็นต้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่จัดตั้งได้ก็มีเอกชนสนใจตั้งต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปี 2556 มีกองใหม่ 2 กอง ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ณ วันที่ 14 มิ.ย. 2556 เพิ่มขึ้น 1.83 หมื่นล้านบาท หรือ 13% จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.39 แสนล้านบาท เป็น 1.56 แสนล้านบาท







