
ขู่ออกสื่อ
มง เท่ง มง เจ้าข้าเอ๊ย
มง เท่ง มง เจ้าข้าเอ๊ย
แผนฟื้นฟูธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ จนถึงบัดป่านนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งที่ นริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ ในฐานะประธานกรรมการแบงก์ จะยืนยันและนั่งยันกับ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ที่กำกับดูแลแบงก์รัฐแห่งนี้ว่า ทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือน พ.ค.นี้
แต่เวลาเนิ่นนานจนจะครบ 1 เดือนแล้ว การสรรหากรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ
ก็ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาและได้รับแรงสนับสนุนจากการเมือง ได้แก่ มนูญรัตน์ เลิศโกมลสุข อดีตผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. และ เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) นั้นต่างฝ่ายต่างมีแบ็กอัพที่แข็งแกร่ง จะเลือกคนไหนก็้ต้องอธิบายให้ชัดๆ ว่าดีกว่าอีกคนยังไง
เมื่อยังหาเหตุผลไม่ได้ การเลือกเอ็มดีแบงก์ก็ยังยืดออกไปไม่หยุดหย่อน
การยืดจนย้วยของบอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์ ทำให้คุณพี่ทนุศักดิ์เริ่มไม่แฮปปี้ เพราะหากยังคงช้าและช้าออกไปอย่างนี้ แผนฟื้นฟูธนาคารก็จะไม่จบลงง่ายๆ การปล่อยกู้ช่วยเอสเอ็มอีที่กำลังเป็นไข้จากพิษค่าแรงวันละ 300 บาท และเจอผลกระทบจากเศรษฐกิจที่กำลังเริ่มจะปักหัวลง ก็จะทำได้ล่าช้า
“หากการสรรหาล่าช้าไปจนทำให้ธนาคารเกิดความเสียหาย ทั้งผมและประธานแบงก์เอสเอ็มอีต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น” รมช.คลัง ถึงกับขู่ฟอดออกสื่อ
ที่เด็ดกว่า คุณพี่ทนุศักดิ์ บอกว่า ทางบอร์ดธนาคารอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนฟื้นฟูแก้ไขหนี้เสีย 3.1 หมื่นล้านบาท และออกสื่อมาตลอดว่าแก้ไขหนี้ได้ดีขึ้น แต่ไม่เคยนำตัวเลขที่แท้จริงรายงานให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแลได้รับทราบว่าดำเนินการเป็นอย่างไรบ้าง
อุ๊ยตาย ว้าย กรี๊ด ทำไมเหมือนนิยายเรื่องขาดทุนจำนำข้าว ยังไงก็ไม่รู้
เรื่องอย่างนี้ ยิ่งช้าก็ยิ่งแย่ ว่าแล้วอาจารย์นริศผู้มีคอนเนกชั่นสิบทิศ ก็รีบชี้แจงว่า เดือน ก.ค.นี้ จะได้ตัวเอ็มดีคนใหม่ของเอสเอ็มอีแบงก์แน่นอน
ส่วนใครจะมาวิน ก็จับตาดูกันว่าแบ็กใครจะแข็งกว่ากันอ่ะนะ







