posttoday
9 ปัจจัย สู่การเติบโต ในตลาดอย่างยั่งยืน (ตอน 1)

9 ปัจจัย สู่การเติบโต ในตลาดอย่างยั่งยืน (ตอน 1)

22 มิถุนายน 2556

ช่วงนี้สังเกตได้ว่า ภาวะของตลาดหุ้นมีการแกว่งตัวไปมา อาจเป็นเพราะด้วยปัจจัยด้านต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนในช่วงนี้

ช่วงนี้สังเกตได้ว่า ภาวะของตลาดหุ้นมีการแกว่งตัวไปมา อาจเป็นเพราะด้วยปัจจัยด้านต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนในช่วงนี้ อย่างไรก็แล้วแต่หากเราศึกษาข้อมูลเป็นอย่างดี ติดตามข่าวสารอย่างทั่วถึง ก็จะเปรียบเสมือนอาวุธชิ้นดีที่จะทำให้เราผ่านพ้นเหตุการณ์ช่วงนี้ไปได้

เช่นเดียวกับการทำธุรกิจ หากเราวางแผนการดำเนินธุรกิจไว้อย่างรอบคอบ มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ธุรกิจของเราก็จะสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างมั่นคง วันนี้จึงขอนำเอาเรื่องราวน่ารู้ที่นำมาจาก K SME CARE เกี่ยวกับสูตรสำเร็จ 9 ประการเพื่อชัยชนะในตลาด มาฝากทุกท่าน เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจและเติบโตในตลาดได้อย่างยั่งยืน

1.ชนะด้วยการมีคุณภาพเหนือกว่า ทุกคนคงเห็นด้วยว่าการมีคุณภาพไม่ดี คือสิ่งเลวร้ายสำหรับธุรกิจ ลูกค้าที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าคุณภาพเลว คงไม่มีวันกลับมาซื้ออีกแน่นอนและต้องพูดถึงบริษัทนี้ในแง่ลบ แต่การใช้สูตรสำเร็จที่ว่าด้วยเรื่องของคุณภาพก็มีปัญหาในตัวมันเองอยู่ 4 ประการด้วยกัน

ประการแรก คำว่า คุณภาพ มีความหมายที่กว้างขวางมาก ถ้าบริษัทผลิตรถยนต์แห่งหนึ่งอ้างว่า รถยนต์ของตนมีคุณภาพดี แบบนี้หมายความว่าอะไร? รถสตาร์ทติดเร็วกว่า? หรือว่าสามารถเร่งความเร็วได้มากกว่า? หรือว่าตัวถังรถยนต์มีความคงทนกว่า? ลูกค้ามีความสนใจ หรือต้องการในสิ่งที่ต่างกันไป ดังนั้นการกล่าวอ้างเรื่องคุณภาพโดยไม่มีนิยาม หรือการอธิบายความหมายเพิ่มเติม ก็ไม่มีความหมายอะไรมากนัก

ประการที่สอง คนเราไม่สามารถบอกคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ด้วยการพิจารณาจากสายตาเท่านั้น ลองนึกถึงการซื้อเครื่องรับโทรทัศน์สักเครื่องหนึ่ง เริ่มแรกคุณต้องเข้าไปในร้านจำหน่ายและมองเห็นเครื่องรับโทรทัศน์ยี่ห้อต่างๆ ที่เปิดเครื่องและเร่งเสียงแข่งกันนับร้อยเครื่อง แต่คุณจะมองหายี่ห้อที่คุณรู้สึกชอบเพียงไม่กี่ยี่ห้อ เพราะคุณภาพของภาพที่ปรากฏส่วนใหญ่ก็เหมือนๆ กัน แม้ว่าตัวเครื่องรับจะมีรูปลักษณ์ต่างกันไป แต่บอกอะไรเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือ หรือคุณภาพของมันแทบไม่ได้เลย และคุณเองก็คงไม่ขอให้พนักงานขายเปิดหลังเครื่องเพื่อตรวจสอบคุณภาพของชิ้นส่วนต่างๆ ดังนั้น ที่สุดแล้วคนเราจะมีภาพของคุณภาพอยู่ในใจของตนอยู่ โดยไม่ต้องอาศัยหลักฐานประกอบใดๆ

ประการที่สาม บริษัทในตลาดส่วนใหญ่ต่างก็วิ่งไล่ตาม หรือไม่ยอมแพ้กันในเรื่องคุณภาพอยู่แล้ว ดังนั้น คุณภาพจึงไม่ใช่ปัจจัยในการตัดสินใจเลือกตราหรือยี่ห้อสินค้าอีกต่อไป

ประการที่สี่ บริษัทบางแห่งมีชื่อเสียงในแง่ของคุณภาพสูงสุด เช่น โมโตโรล่า ตอนที่ปรับปรุงสู่คุณภาพ ซิกซ์ ซิกมา (6 Sigma) แต่จะมีกลุ่มลูกค้าซึ่งมีความต้องการคุณภาพระดับดังกล่าว และยินดีจ่ายเงินซื้อมันสักกี่คน ต้นทุนในการที่โมโตโรล่าต้องแบกรับเพื่อให้ได้คุณภาพระดับ ซิกซ์ ซิกมา มีอะไรบ้าง? เป็นไปได้ว่าการทำผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงสุดอาจต้องใช้ต้นทุนสูงมากเกินไป

2.ชนะด้วยบริการที่เหนือกว่า ทุกคนล้วนต้องการบริการที่ดี แต่ลูกค้าให้นิยามคำว่า บริการที่ดี ไม่เหมือนกัน ลองดูการบริการในภัตตาคารแห่งหนึ่ง ลูกค้าบางคนชอบให้บริกรมายืนรอรับออร์เดอร์อย่างรวดเร็ว รับออร์เดอร์อย่างถูกต้อง และนำอาหารมาเสิร์ฟในเวลาไม่นาน ขณะที่ลูกค้าบางคนอาจรู้สึกว่าเป็นการเร่งรีบเกินไปสำหรับการออกมารับประทานอาหารยามค่ำคืนที่แสนสบาย บริการทุกอย่างจึงสามารถแบ่งออกเป็นหลายรายการ เช่น ในเรื่องของความเร็ว ความเป็นมิตร ความรู้ การแก้ปัญหา ฯลฯ ซึ่งลูกค้าแต่ละคนจะให้น้ำหนักความสำคัญแตกต่างกันไปตามวาระ และสถานการณ์ของการให้บริการแต่ละประเภท ดังนั้น การอ้างบริการที่เหนือกว่าจึงยังไม่พอ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ