
เอฟทีเอสหรัฐ-อียูหนุนSME
กูรูชี้เป็นโอกาสกระตุ้นรายย่อยยุโรปเพิ่มศักยภาพแข่งขันเสริมจ้างงาน
กูรูชี้เป็นโอกาสกระตุ้นรายย่อยยุโรปเพิ่มศักยภาพแข่งขันเสริมจ้างงาน
นักวิเคราะห์เชื่อข้อตกลงค้าเสรีสหรัฐอียู จะช่วยกระตุ้นธุรกิจเอสเอ็มอี
พับลิก เซอร์วิส ยุโรป เว็บไซต์ข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวในภูมิภาคยุโรป รายงานอ้างความเห็นนักวิเคราะห์ว่า การที่สหรัฐกับสหภาพยุโรป (อียู) เริ่มต้นการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีอย่างเป็นทางการ ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงโอกาสซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัททุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยนับเป็นกุญแจสำคัญเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของบริษัทยุโรป และเพิ่มการจ้างงาน
รายงานประเมินว่า ข้อตกลงเขตการค้าเสรีข้างต้นจะช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของอียูประมาณ 0.5% และสหรัฐที่ 0.4% ภายในปี 2570 และการที่อียูและสหรัฐสามารถจัดตั้งทีมเจรจาภายใต้เงื่อนไขข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางการค้าและการลงทุนแห่งทรานส์แอตแลนติก (ทีทีไอพี) หรือเขตการค้าเสรีสหรัฐอียู จะช่วยกำหนดรูปแบบใหม่ของการค้าการลงทุน
ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาภายใต้การเจรจาเขตการค้าเสรีครั้งนี้ คือการกำจัดกฎระเบียบข้อห้ามเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่จำเป็น ซึ่งทำให้การค้าของเอสเอ็มอีต้องประสบความยุ่งยาก โดยขณะนี้อุปสรรคหลักของผู้ประกอบการเอสเอ็มอียุโรปส่วนใหญ่คือการขาดความรู้ด้านการบริหารจัดการระบบการเงินให้สอดคล้องกับทางลูกค้าในสหรัฐ ดังนั้น การสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรต่อเอสเอ็มอีโดยอาศัยการเจรจาเขตการค้าเสรีนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังแนะว่าควรหาทางลดขั้นตอนด้านศุลกากรที่ยุ่งยากซับซ้อนของทั้งสองฝ่าย เพื่อลดภาระต้นทุนที่เอสเอ็มอีจะต้องลงทุน ขณะที่ยุโรปควรเสนอหนทางให้มีเสรีในการเคลื่อนย้ายแรงงานคนระหว่างสหรัฐกับยุโรป และอียูก็ไม่ควรมองข้ามประเด็นสำคัญอื่นๆ เช่น การหามาตรการเพื่อปกป้องการลงทุน การบริการ สินทรัพย์ทางปัญญา และศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการในอียู รวมถึงการช่วยให้บริษัทยุโรปเข้าถึงตลาดสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดในระดับรายย่อย







