
หั่นงบที่ปรึกษารถไฟรางคู่
คมนาคมยอมลดค่าที่ปรึกษาก่อสร้าง 1 หมื่นล้าน แต่ไม่หั่นเงินกู้โครงการ 2 ล้านล้าน
คมนาคมยอมลดค่าที่ปรึกษาก่อสร้าง 1 หมื่นล้าน แต่ไม่หั่นเงินกู้โครงการ 2 ล้านล้าน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับหน่วยงานที่ต้องดำเนินโครงการตามแผนกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ว่า ได้ทบทวนการดำเนินโครงการก่อสร้างตามโครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท พบว่าสามารถปรับลดกรอบวงเงินได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เป็นการลดค่าจ้างที่ปรึกษารวมทุกโครงการประมาณ 2,600 ล้านบาท จากทั้งหมด 4.4 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ปรับลดจากโครงการรถไฟรางคู่
นอกจากนี้ ได้ปรับลดค่าก่อสร้างบางโครงการ เช่น โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์ สายบางปะอินนครราชสีมา ปรับลดได้ 4,700 ล้านบาท เนื่องจากจะก่อสร้างเฉพาะที่จำเป็นก่อน โดยบางช่วงจะก่อสร้างเพียง 4 ช่องจราจร จากเดิมที่ออกแบบไว้ 6 ช่องจราจรตลอดสาย ตามปริมาณจราจรในช่วงแรกที่คาดว่าจะไม่สูงมากนัก หากในอนาคตปริมาณจราจรเพิ่มขึ้น ก็จะขยายช่องจราจรต่อไป
“คมนาคมไม่ดื้อ เมื่อรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการฯ ที่เป็นข้อเสนอที่ดีก็นำมาปรับปรุง โดยการปรับวงเงินนี้เป็นการปรับกรอบวงเงิน ซึ่งจะไม่กระทบต่อกรอบวงเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่ยังคงกำหนดตามเดิม ส่วนวงเงินที่ปรับลดลงอาจจะตั้งเป็นเงินสำรอง หรืออาจจะดำเนินการในแนวทางอื่นตามความเหมาะสม ซึ่งจะได้หารือร่วมกับคณะกรรมาธิการฯ ต่อไป” นายชัชชาติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การปรับกรอบวงเงินนี้ถือเป็นเรื่องปกติ เหมือนงบประมาณประจำปีที่มีการปรับลดประมาณ 10% และเมื่อประกวดราคาจริงก็อาจลดลงได้อีก โดยงบประมาณที่กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญในการปรับลดค่อนข้างมาก คือค่าจ้างที่ปรึกษา เนื่องจากหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าวงเงินค่อนข้างสูง
สำหรับงานก่อสร้างที่ กมธ.เสนอให้ก่อสร้างเพิ่ม เช่น การขยายโครงข่ายดอนเมืองโทลล์เวย์ไปยังบางปะอินนั้น จะต้องพิจารณาก่อนว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เบื้องต้นพบว่าติดขัดด้านข้อกฎหมายเกี่ยวกับสัญญาสัมปทาน แต่หากโครงการใดที่มีความเหมาะสมก็อาจนำเงินที่ปรับลดลงไปดำเนินงานก่อสร้างได้







