posttoday
คอทองคำฟังทางนี้

คอทองคำฟังทางนี้

21 มิถุนายน 2556

ปรากฏการณ์ตื่นทองได้เกิดขึ้นในการลงทุนของประเทศไทย ไม่เกิน 5 ปีที่ผ่านมานี้ เพราะราคาทองคำโลกได้เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี 2005 แต่การขึ้นอย่างจริงจังเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 2009 เหตุผลก็คือ การไหลเข้าของเม็ดเงินเนื่องจากความกังวลจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ เพราะฉะนั้น การคิดง่ายๆ ในแง่ของราคาทองคำโลกที่หน่วยเปรียบเทียบดอลลาร์ต่อออนซ์ กรณีค่าด้านหนึ่งอ่อนอีกด้านหนึ่งต้องแข็งค่า เพราะฉะนั้นแม้ค่าเงินบาทจะมีการแข็งค่าขึ้นมา แต่ก็ยังมีอัตราที่น้อยกว่าการขึ้นของราคาทองคำโลก

ปรากฏการณ์ตื่นทองได้เกิดขึ้นในการลงทุนของประเทศไทย ไม่เกิน 5 ปีที่ผ่านมานี้ เพราะราคาทองคำโลกได้เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี 2005 แต่การขึ้นอย่างจริงจังเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 2009 เหตุผลก็คือ การไหลเข้าของเม็ดเงินเนื่องจากความกังวลจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ เพราะฉะนั้น การคิดง่ายๆ ในแง่ของราคาทองคำโลกที่หน่วยเปรียบเทียบดอลลาร์ต่อออนซ์ กรณีค่าด้านหนึ่งอ่อนอีกด้านหนึ่งต้องแข็งค่า เพราะฉะนั้นแม้ค่าเงินบาทจะมีการแข็งค่าขึ้นมา แต่ก็ยังมีอัตราที่น้อยกว่าการขึ้นของราคาทองคำโลก

โดยจากสถิติแล้ว ราคาทองคำโลกตั้งแต่ปี 2005 อยู่ที่ 418 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 2009 วิ่งมาที่ 1,096 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมาทำสถิติสูงสุด ในวันที่ 6 ก.ย. 2011 ณ บริเวณ 1,920 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แน่นอนที่สุด สำหรับในประเทศไทยในช่วงตั้งแต่ปี 2009 ปรากฏการณ์ตื่นทองได้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย เนื่องจากทองคำใกล้ชิดมากกับคนไทย เนื่องจากเราจะเห็นร้านทองตู้สีแดงเกิดขึ้นทุกมุมเมืองตั้งแต่ในอดีต อยากรู้ราคาทองคำก็จะมีดินสอพองเขียนราคาทองคำไว้ทุกร้าน และไม่ว่าไปจังหวัดไหน อำเภอไหน ก็จะมีราคาและร้านทอง

อีกทั้งจากการเปิดการซื้อขายของตลาดอนุพันธ์แห่งประเทศไทย ซึ่งทำให้เกิดการเข้ามาซื้อขาย โดยมีอัตราเร่งจากร้านทองใหญ่ๆ ในเมืองไทยมาเป็นสมาชิก เราจึงเห็นการลงทุนในทองคำทั้งการซื้อขายทองคำจริงๆ ที่เยาวราชยังเป็นแห่งที่ใหญ่สุด หรือการซื้อทองคำกระดาษในตลาดอนุพันธ์ และยังไม่รวมถึงการเก็งกำไรในตลาดทองคำที่ต่างประเทศ

แต่เมื่อกระแสของ Fund Flow เปลี่ยน ตั้งแต่ปี 2012 จะพบว่า ราคาทองคำโลกมีการปรับตัวลดลง เพราะมีการประเมินว่า การอัดฉีดเงินของสหรัฐจะสิ้นสุดลงในปลายปี 2013 แต่ในแง่ของการลงทุนจะมีการประเมินล่วงหน้า และ “Action ล่วงหน้า” จึงน่าจะมองได้ว่า การปรับตัวลดลงที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ยังไม่สิ้นสุด

เพราะอย่าลืมว่า อะไรก็ตามที่มีการขึ้นได้ด้วย Fund Flow และไม่ได้มีผลตอบแทนคงที่ (กรณีลงทุนในหุ้นยังมีปันผลลงทุนในตราสารหนี้ยังมีดอกเบี้ย) ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกไม่ได้เกิดความเสี่ยงมากๆ และซีกโลกตะวันตกกำลังจะเกิดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ จึงน่าจะประเมินได้ว่า ราคาทองคำโลกอาจจะลงได้อีกมาก ตัวเลขระดับ 1,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในระยะยาวยังมีโอกาสเห็น!!!

ส่วนปัจจัยทางเทคนิค ในระยะสั้นคงต้องจับตาแนวรับที่ 1,321-1,338 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การต่ำกว่า แปลว่า สร้างจุดต่ำสุดใหม่ ซึ่งก็หมายถึง การเกิดขาลงอย่างต่อเนื่อง และยืนยันเป้าหมายลงระยะยาว

วกกลับมาในตลาดหุ้น การปรับตัวลดลง ได้เกิดขึ้นต่อเนื่อง หลังจากเกิดการดีดกลับขนาดใหญ่ไปแล้ว การลงอีกครั้งได้เกิดขึ้นจากปัจจัยเรื่องของปริมาณเงิน แม้ ณ บริเวณจุดต่ำเดิมที่ 1,351 จุด อาจจะมีแรงซื้อกลับมาอีกครั้ง แต่ แนวโน้ม การเล่นสั้นในรอบนี้จะไม่เกิดขึ้นเพราะ Gap การดีดกลับ จะไม่สูงมาก โดยมีแนวโน้มจะดีดกลับอ่อนๆ ในช่วงใกล้จุดต่ำสุดเดิม และหลังจากนั้นตลาดจะซึม ซึ่งอย่าลืมว่า ความเสี่ยงในบริเวณ 1,200-1,300 จุด ยังมีโอกาสเกิดขึ้น ในตลาดหุ้นไทย รอบลงครั้งนี้จึงไม่เหมาะในการเล่นดีดกลับ ผิดจากสัปดาห์ก่อนๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท