
ภาษี SMEs
SMEs หรือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises) ท่านคงได้ยินบ่อยครั้งในช่วงเวลานี้ วิกฤตเศรษฐกิจโลกทำให้ผู้ประกอบการเลิกกิจการไปเยอะ รัฐจึงพยายามส่งเสริมสร้างธุรกิจใหม่ๆ เพื่อให้มีการผลิตสินค้าหรือการให้บริการซึ่งจะมีผลต่อรายได้ การจ้างงาน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและอื่นๆ
SMEs หรือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises) ท่านคงได้ยินบ่อยครั้งในช่วงเวลานี้ วิกฤตเศรษฐกิจโลกทำให้ผู้ประกอบการเลิกกิจการไปเยอะ รัฐจึงพยายามส่งเสริมสร้างธุรกิจใหม่ๆ เพื่อให้มีการผลิตสินค้าหรือการให้บริการซึ่งจะมีผลต่อรายได้ การจ้างงาน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและอื่นๆ
รัฐใช้นโยบายต่างๆ สนับสนุน SMEs อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะมาตรการด้านภาษีอากร
สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาท ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2556 มีกฎหมายสำคัญออกมาส่งเสริมและสนับสนุน ดังนี้
l ปรับลดอัตราภาษีและยกเว้นเงินได้นิติบุคคล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค. 2556 เป็นต้นไป ได้รับการยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล (พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 530 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 564))
กำไรสุทธิ 300,000 บาทแรก ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
กำไรสุทธิเกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท เสียภาษีอัตราร้อยละ 15
กำไรสุทธิเกิน 1,000,000 บาท เสียภาษีอัตราร้อยละ 20
l หักรายจ่ายค่าจ้างลูกจ้างได้ 1.5 เท่า สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเป็นค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเฉพาะ
ในส่วนที่เป็นยอดรวมของส่วนต่างระหว่างอัตราค่าจ้างเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 300 บาท กับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้างเรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 2 พ.ย. 2555 หรืออัตราค่าจ้างเดิมแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า และเป็นการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 300 บาท ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2556 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2556 (พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 562)
ตัวอย่าง เดิมจ่ายค่าจ้าง 200 บาท/วัน เปลี่ยนเป็น 300 บาท/วัน ค่าจ้างที่เพิ่ม 100 บาท สามารถหักรายจ่ายได้ 150 บาท
l หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในอัตราร้อยละ 100 ของมูลค่าต้นทุน สำหรับเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือให้บริการรับจ้างผลิตสินค้า ซึ่งได้ซื้อมาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2556 ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อนและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตามประสงค์ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2556 (พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 552 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรฉบับที่ 563))
ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล การขายทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่ทดแทน สำหรับรายได้จากการขายทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้าที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2556 และได้ซื้อเครื่องจักรใหม่ทดแทนเครื่องจักรเก่าที่ขายไปภายในกำหนดเวลา
กรณีซื้อเครื่องจักรใหม่ก่อนการขายเครื่องจักรเก่าต้องซื้อเครื่องจักรใหม่ภายใน 1 ปีก่อนวันที่ขายเครื่องจักรเก่า
กรณีซื้อเครื่องจักรใหม่ภายหลังจากการขายเครื่องจักรเก่าต้องซื้อเครื่องจักรใหม่ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ขายเครื่องจักรเก่า
l ห้ามมิให้นำมูลค่าต้นทุนส่วนที่เหลือของเครื่องจักรเก่าที่ได้ขายไปมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 561)
มาตรการภาษี 3 มาตรการหลังเป็นการขยายกำหนดเวลาจากเดิมที่สิ้นสุด เมื่อปีที่ผ่านมาออกไปอีก 1 ปี การใช้สิทธิทางภาษีต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
สวัสดีครับ







