
สมโพธิ์จ่ายสินไหมน้ำท่วมหมดสิ้นปีนี้
สมโพธิ์ เจแปนฯ ลั่นสิ้นปีจ่ายสินไหมน้ำท่วมค้างจ่ายอีก 13% จบ ทำพลิกขาดทุนเป็นกำไร
สมโพธิ์ เจแปนฯ ลั่นสิ้นปีจ่ายสินไหมน้ำท่วมค้างจ่ายอีก 13% จบ ทำพลิกขาดทุนเป็นกำไร
น.ส.เดือนเด่น ชื่นจิตต์ศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทสมโพธิ์ เจแปน นิปปอนโคอะ ประกันภัย(ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทจ่ายค่าสินไหมทดแทนน้ำท่วมไปแล้ว 87% จากสินไหมรวมทั้งหมด 4.8 หมื่นล้านบาท เหลือประมาณ 1 หมื่นล้านบาทจะจ่ายให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนอีก หลังจากที่มีการเพิ่มทุนเมื่อต้นปี 2555 ขึ้นมาเป็น 3,120 ล้านบาทในปัจจุบัน เพราะเมื่อมีการจ่ายสินไหมทดแทนออกไป จะทำให้ภาระการตั้งสำรองลดลง ซึ่งจะทำให้บัญชีของบริษัทยังคงแสดงกำไรในไตรมาส 2 ได้อีกแต่จะเป็นเท่าไหร่นั้นขอไม่เปิดเผย ส่วนไตรมาสแรกบริษัทมีกำไรสุทธิ 65.03 ล้านบาท จากงวดเดียวกันที่ขาดทุนสุทธิ 144.77 ล้านบาท
ขณะที่ การเรียกร้องสินไหมประกันภัยต่อจากบริษัทต่างประเทศไม่มีปัญหา เพราะเป็นสัญญาประกันต่อที่ทำระดับภูมิภาคของกลุ่มบริษัทสมโพธิ์ ยังเหลือส่วนที่เรียกร้องจากประกันภัยต่อในประเทศเท่านั้น ที่ยังไม่สามารถเรียกคืนได้
“ที่ผ่านมาเราสำรองจ่ายไปก่อน แล้วถึงเรียกร้องจากประกันต่อในภายหลัง ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไร และการประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักของบริษัทก็ได้จ่ายไปแล้วซึ่งมีเพียงแค่ 2 รายเท่านั้น ที่เหลือค้างจ่ายอีก 13% เพราะบัญชียังไม่สมบูรณ์ เช่น ลูกค้านำเข้าเครื่องจักรยังไม่ครบจำนวน หรือ กำลังการผลิตยังเดินหน้าไม่เต็ม แต่คิดว่าไม่มีปัญหา”น.ส.เดือนเด่น กล่าว
น.ส.เดือนเด่น กล่าวว่า 5 เดือนแรก บริษัทมียอดขายประมาณ 1,000 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2,000 ล้านบาทในปีนี้ ซึ่งจากปี 2555 ที่มีเบี้ยรับรวม 1,400 ล้านบาท ซึ่งเริ่มหันมาทำตลาดประกันภัยรถยนต์รายย่อยเพิ่มขึ้น ในกลุ่มพันธมิตรเดิม และ กลุ่มตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้า ยังไม่ได้ทำตลาดทั่วไป เพราะต้องการพัฒนาบริการหลังการขายให้ทันกับจำนวนลูกค้า หากขยายเร็วเกินไปอาจให้บริการไม่ทัน
สำหรับ เหตุผลที่บริษัทหันมาขยายฐานลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่อยู่ 10% เพราะได้บทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ที่สร้างความเสียหายจำนวนมากกับบริษัท เพราะ 40% เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ทำประกันภัยทรัพย์สิน ส่วนลูกค้าประกันภัยทางทะเลมีสัดส่วน 20% และประกันเบ็ดเตล็ดมีประมาณ 30%
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ลดฐานลูกค้ารายใหญ่ที่มีอยู่เดิมเพราะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพสูงมาก มีระบบป้องกันภัยที่มีมาตรฐานดี ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุความเสียหาย ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่บริษัทประกันภัยต้องการจำนวนมาก แต่เหตุการณ์น้ำท่วมถือเป็นเหตุที่คาดไม่ถึง







