posttoday
ส่องตลาดแฟชั่นมุสลิมโอกาสไทยในเวทีโลก

ส่องตลาดแฟชั่นมุสลิมโอกาสไทยในเวทีโลก

20 มิถุนายน 2556

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

ชาวมุสลิมถือเป็นฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงมาก ที่ผู้ประกอบการไทยจะมองข้ามไม่ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเสื้อผ้า แฟชั่น ซึ่งมีโอกาสที่จะพัฒนาสินค้าเข้าไปเจาะตลาดต่างประเทศได้ไม่ยาก เพราะคุณภาพและการออกแบบของสินค้าไทยสามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้

โสภณ ผลประสิทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) อธิบายว่า อุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายมุสลิมในประชาคมอาเซียนมีความต้องการสูงขึ้นเฉลี่ย1020% ทุกปี มีประเทศอินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ รองลงมาคือมาเลเซีย ซึ่งการที่ผู้ประกอบการไทยจะเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดในอาเซียนก็คงทำได้ไม่ยาก และเชื่อว่าไทยจะสามารถก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกสินค้าเสื้อผ้ามุสลิมในอาเซียนได้ภายในช่วงเวลาไม่เกิน 45 ปีต่อจากนี้

จุดเด่นของการผลิตสินค้าจากประเทศไทยคือการที่มีนักออกแบบรุ่นใหม่เข้ามาทำงานในวงการมากขึ้น ทำให้การออกแบบ ตัดเย็บ มีความทันสมัย ไม่เชย เพราะลูกค้าชาวมุสลิมก็ต้องการความทันสมัยไม่ต่างจากเสื้อผ้าในแบบปกติ ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถตอบสนองความต้องการในจุดนี้ได้ ประกอบกับสินค้ามีคุณภาพมาตรฐาน ตัดเย็บโดยชาวมุสลิมที่เข้าใจหลักการด้านศาสนา ทำให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันกับสินค้าที่มาจากประเทศมุสลิมได้

สำหรับการส่งเสริมนั้น กสอ.จัดทำโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายมุสลิม ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)เพื่ออบรมผู้ประกอบการเรื่องการออกแบบ การบริหารจัดการ การตลาด การผลิต ให้สามารถแข่งขันได้ในอาเซียน รวมทั้งสร้างช่องทางการตลาดใหม่ให้กับผู้ประกอบการ เช่น จะนำสินค้าจากไทยไปร่วมงานแสดงสินค้า หรืองานแฟชั่นโชว์ในต่างประเทศ ทำให้สินค้าจากประเทศไทยเป็นที่รู้จักในตลาดโลก และในอนาคตนอกจากตลาดอาเซียนจะได้ขยายออกไปยังตลาดตะวันออกกลาง แอฟริกา ได้เช่นเดียวกัน

สมพล รัตนาภิบาล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมให้ข้อมูลว่า ผู้ประกอบการที่ผลิตเครื่องแต่งกายสำหรับชาวมุสลิมของไทยส่วนใหญ่กระจายอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งกลุ่มนี้ตัดเย็บเสื้อผ้าจำหน่ายกันเองภายในชุมชน เป็นกลุ่มชาวมุสลิมที่มีฝีมือและบางแห่งก็มีลูกค้าต่างชาติเข้ามาซื้อสินค้าด้วยโดยตรง กรมจึงเข้าไปส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถผลิตสินค้าได้ในระดับที่ใหญ่มากขึ้น โดยจะเน้นด้านการออกแบบ และรักษาคุณภาพการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ในปี 2556 นี้ ถือเป็นปีที่ 4 ที่ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง มีวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วม 70 กลุ่ม รวม4 ปี มีกลุ่มผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วประมาณ 250-300 กลุ่ม โดยในช่วงแรกจะเน้นพัฒนาด้านการผลิต ลดต้นทุน พร้อมเพิ่มการใช้เทคโนโลยี และจะหาช่องทางการตลาดให้ ปัจจุบันเปิดศูนย์กระจายสินค้าที่ตลาดนัดจตุจักร เพื่อให้ผู้ประกอบการนำสินค้าไปวางขาย ส่วนในอนาคตจะเริ่มเจาะตลาดต่างประเทศ โดยวางตำแหน่งสินค้าในตลาดระดับกลางถึงสูง จะไม่เน้นการแข่งขันกับอินโดนีเซียที่เป็นตลาดล่าง แต่จะเจาะตลาดเป้าหมาย เช่น บรูไน มาเลเซีย สิงคโปร์ และตะวันออกกลาง

ช่วงการฝึกอบรมจะพาผู้ประกอบการไปดูงานต่างประเทศ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และตุรกี เพื่อให้เห็นตลาดและการผลิตของต่างชาติ และนำกลับมาพัฒนาสินค้าของตัวเอง ขณะเดียวกันจะพาไปออกงานแสดงสินค้าฮาลาลในต่างประเทศ และถ้าเป็นไปได้จะจัดให้มีการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างชาติด้วย

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี