
คิดให้ทะลุอย่าประมาท
ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไงได้พบเหตุการณ์ที่เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานที่ไม่มองหรือวิเคราะห์ให้ทะลุ คือ ไม่ได้คิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน รอบคอบ ว่าการกระทำต่างๆ จะก่อให้เกิดผลดี ผลเสีย อย่างไรบ้างในระยะยาว ส่วนใหญ่จะมองกันแค่ผลดีในระยะสั้นเท่านั้น โดยลืมผลเสียที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว และหลายๆ ครั้งผลเสียระยะยาวที่เกิดขึ้นรุนแรง สร้างความเสียหายให้มากจนไม่คุ้มกับผลดีที่ได้เลย ตัวอย่างเช่น ข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “IMF จ่อปรับลดจีดีพีไทยลงต่ำกว่า 5% หลังพบความเสี่ยงเรื่องหนี้ครัวเรือนและนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลยังน่าเป็นห่วง...” ทั้งที่เป็นแผนงานของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไงได้พบเหตุการณ์ที่เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานที่ไม่มองหรือวิเคราะห์ให้ทะลุ คือ ไม่ได้คิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน รอบคอบ ว่าการกระทำต่างๆ จะก่อให้เกิดผลดี ผลเสีย อย่างไรบ้างในระยะยาว ส่วนใหญ่จะมองกันแค่ผลดีในระยะสั้นเท่านั้น โดยลืมผลเสียที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว และหลายๆ ครั้งผลเสียระยะยาวที่เกิดขึ้นรุนแรง สร้างความเสียหายให้มากจนไม่คุ้มกับผลดีที่ได้เลย ตัวอย่างเช่น ข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “IMF จ่อปรับลดจีดีพีไทยลงต่ำกว่า 5% หลังพบความเสี่ยงเรื่องหนี้ครัวเรือนและนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลยังน่าเป็นห่วง...” ทั้งที่เป็นแผนงานของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
หรืออย่างอีกข่าว...โชว์รูมหนีตายเททิ้งรถคันแรก ลูกค้าเลื่อนรับจำใจแห่เลหลัง (ไทยรัฐ 17/06) โดย โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์หรือโชว์รูม ได้นำรถยนต์ที่ลูกค้าในโครงการรถยนต์คันแรกได้ขอเลื่อนรับรถยนต์หรือยกเลิกใบจอง มาจัดทำโปรโมชันด้วยการ ลด แลก แจก แถม เพื่อระบายสินค้าให้หมดจากสต๊อก โดยบางรายให้ส่วนลดราคาเป็นเงิน และรวมกับของแถมมีมูลค่าสูงถึง 100,000 บาท ส่งผลให้ลูกค้าจำนวนมากทยอยเข้ามาซื้อรถยนต์ เนื่องจากสามารถรับรถยนต์ และได้ส่วนลดทันที ต่างจากโครงการรถยนต์คันแรกที่ต้องรอเป็นปีกว่าจะได้เงินภาษีคืน โดยในส่วนของคนที่มาซื้อรถยนต์ตามโปรโมชันใหม่ ก็เป็นตัวอย่างของการแก้ปัญหาที่ไม่มองผลระยะยาว เช่น เพราะการให้ส่วนลดที่มากถึง 100,000 บาทเช่นนี้ จะกระตุ้นให้ผู้ที่จองรถคันแรกสละสิทธิมากยิ่งขึ้น (เพราะโครงการรถคันแรกมีเงื่อนไขเยอะ ไม่ว่าต้องถือครอง 5 ปี ห้ามโอน) ซึ่งก็เป็นจริง เพราะพบว่าบางคนเป็นลูกค้าที่เพิ่งสละสิทธิ์ในโครงการรถยนต์คันแรก แต่เห็นว่าโปรโมชันใหม่ได้ทันทีทั้งรถยนต์ เงิน และของแถม
ในชีวิตจริงของเราก็ไม่ต่างกัน หลายคนเข้าโครงการรถคันแรก เพราะหวังประโยชน์ด้านภาษี 100,000 บาท แม้ว่าจะถือว่าเป็นโอกาสทองสำหรับคนที่ต้องการมีรถ แต่การซื้อรถโดยไม่พิจารณาอย่างถี่ถ้วน รอบคอบ เช่น ความจำเป็นในการใช้เงิน ข้อจำกัดด้านรายได้ ภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น เป้าหมายชีวิตอย่างอื่นที่อาจมีความสำคัญมากกว่า เป็นต้น การใช้จ่ายเงินโดยไม่คิดให้รอบคอบนี้ส่งผลให้ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทลงมาที่มาขอสินเชื่อบ้านจะเป็นกลุ่มที่ถูกปฏิเสธการปล่อยกู้มากที่สุดประมาณ 40% เพราะรายได้ที่จะนำมาผ่อนบ้านไม่พอ ตัวอย่างเช่น หากมีรายได้เดือนละ 2 หมื่นบาท จะกู้บ้านได้ในราคา 1 ล้านบาท อัตราการผ่อนจะอยู่ที่เดือนละประมาณ 8,000 บาท เท่ากับลูกค้าไม่สามารถก่อหนี้อื่นได้อีก ดังนั้น หากผ่อนรถยนต์คันแรกอยู่แล้วทำให้ไม่สามารถกู้ซื้อบ้านได้ (ปกติธนาคารส่วนใหญ่จะพิจารณาภาระหนี้ไม่เกิน 40% ของรายได้ เท่ากับหากมีรายได้เดือนละ 2 หมื่นบาท ต้องมีหนี้รวมทุกอย่างไม่เกินเดือนละ 8,000 บาท)
หรืออย่างหลายคนที่เกษียณในวันนี้อย่างไม่มีความสุข ก็เพราะตอนที่ยังมีเงินได้อยู่ ก็ใช้เงินอย่างสนุกสนาน ไม่ได้มีการวางแผน สะสมเงิน สำหรับวัยเกษียณ เข้าทำนอง “สุขวันนี้ ทุกข์วันหน้า”
การคิดให้ทะลุ คิดให้รอบคอบ รอบด้าน คือ หลัก อิทัปปัจจยตา ซึ่งเป็นหลักการทางพุทธศาสนากล่าวถึงความเกี่ยวเนื่องกันของเหตุและผล เมื่อมีเหตุย่อมมีผล และเมื่อเหตุดับผลก็ดับ คือเมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้ย่อมมี เพราะความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ย่อมไม่มี เพราะความดับไปแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงดับไป
อิทัปปัจจยตาในทางพุทธศาสนามักใช้ในการอธิบายสิ่งต่างๆ แบบเชื่อมโยง เช่น เสาเป็นปัจจัยของหลังคา ถ้าไม่มีเสา หลังคาก็อยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีหลังคา เสาก็ไม่มีประโยชน์ ทั้งเสาและหลังคาเป็นปัจจัยของกันและกัน คือ ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมาลอยๆ โดยไม่มีเหตุผล บางเหตุการณ์ประกอบด้วยหลายเหตุปัจจัย เช่น ร้องไห้เพราะเจ็บ เจ็บเพราะหัวแตก หัวแตกเพราะหกล้ม หกล้มเพราะถนนลื่น ถนนลื่นเพราะฝนตก
ดังนั้นในการดำเนินชีวิตต่างๆ ของพวกเราอย่าประมาท อย่าคิดว่าสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำในวันนี้ ไม่ได้ส่งผลอะไร หลายครั้งผลลัพธ์อาจรุนแรงจนเราคาดไม่ถึง ถ้าเราทำทุกอย่างในปัจจุบันอย่างรอบคอบ คำว่า “คาดไม่ถึง” ก็ไม่น่าจะเกิด หรือจะเกิดก็น้อยมาก







