
ทรูวิชั่นส์พัฒนาเอชดีดึงลูกค้าเก่า
ทุ่มกว่า2พันล้านปรับระบบ50ช่องปั้นแพ็กเกจใหม่สู้
ทุ่มกว่า2พันล้านปรับระบบ50ช่องปั้นแพ็กเกจใหม่สู้
ทรูวิชั่นส์มั่นใจเอาลูกค้าเก่าอยู่ เทงบ 2,100 ล้านบาท พัฒนาระบบไฮเดฟินิชัน 50 ช่องต้นปีหน้า
นายอาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรูวิชั่นส์ เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้บริษัทยังคงเน้นไปที่ 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1.การเป็นผู้นำเทคโนโลยี 2.การมีคอนเทนต์คุณภาพระดับโลก และ 3.การให้บริการที่ดีกว่า โดยล่าสุดใช้งบ 2,100 ล้านบาท พัฒนาเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ เพื่อออกอากาศเป็นระบบไฮเดฟินิชัน หรือเอชดี ต่อเนื่องในอีก 2 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ ปัจจุบันทรูวิชั่นส์ออกอากาศเป็นระบบเอชดี ประมาณ 23 ช่อง ซึ่งหลังจากพัฒนาเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ คาดว่าจะเพิ่มเป็น 48 ช่องในเดือน ก.ย.นี้ และเพิ่มเป็น 50 ช่องในต้นปีหน้า โดยสมาชิกในระบบเคเบิลทุกแพ็กเกจยกเว้น ทรูโนวเลจ จะไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการอัพเกรดรายการดังกล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เพิ่มความหลากหลายของรายการเข้าไปในระบบเอชดี เพื่อตอบสนองความต้องการของทุกกลุ่มเป้าหมาย เช่น กีฬา ภาพยนตร์ สารคดี และรายการเด็ก เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายหลักของทรูวิชั่นส์เป็นครอบครัว
“สิ่งที่เราทำให้สมาชิก เรามั่นใจว่าจะเอาลูกค้าอยู่ ซึ่งการอัพเกรดรายการครั้งนี้ บริษัทต้องการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มระดับกลาง เพราะเป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ โดยหลังจากที่อัพเกรดรายการเชื่อว่าลูกค้าจะมีความพอใจและยินดีใช้บริการทรูวิชั่นส์ต่อ” นายอาณัติ กล่าว
ขณะเดียวกัน ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัว ซูเปอร์ แฟมิลี แพ็กเกจ ราคา 899 บาทต่อเดือน รวม 140 ช่อง และเป็นช่องเอชดี 32 ช่อง โดยจะเริ่มทำตลาดในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ซึ่งแพ็กเกจดังกล่าวถือว่าเป็นแพ็กเกจที่ดีที่สุดในกลุ่มแพ็กเกจราคาใกล้เคียงกัน
ขณะที่ลูกค้าในกลุ่มซูเปอร์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ สามารถอัพเกรดช่องรายการเพิ่มให้อยู่ในกลุ่มซูเปอร์ แฟมิลี ได้ในค่าบริการเท่าเดิมที่ 799 บาท ซึ่งหลังจากเปิดตัวแพ็กเกจ ซูเปอร์ แฟมิลี จะส่งผลให้บริษัทมีแพ็กเกจสำหรับลูกค้าระดับกลางรวม 3 แพ็กเกจ คือ 1.ซูเปอร์สปอร์ตแพ็กเกจ 2.ซูเปอร์โนวเลจ แพ็กเกจ และ 3.ซูเปอร์ แฟมิลี แพ็กเกจ
นายอาณัติ กล่าวว่า ขณะนี้ทรูวิชั่นส์มีฐานสมาชิกประมาณ 2.2 ล้านครัวเรือน แบ่งออกเป็น 1.ลูกค้าพรีเมียม 10-20% 2.ลูกค้าระดับกลาง 10-15% และ 3.ลูกค้าระดับล่าง 60-70% หลังจากออกมาทำตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางมากขึ้นคาดว่าจะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 2030% ภายใน 1 ปีหลังจากนี้ และส่งผลให้สิ้นปีนี้บริษัทจะมีฐานสมาชิก 3.3 ล้านครัวเรือน







