
ล็อกซเล่ย์ต่อยอดโครงการน้ำเล็งขายเทคโนโลยีระบบข้อมูลน้ำ
กลุ่มบริษัทค้าร่วม ล็อกซเล่ย์ ซึ่งประกอบด้วยบริษัท ล็อกซเล่ย์ ร่วมกับบริษัท เอจีที อินเตอร์เนชั่นแนล จีเอ็มบีเอช
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนีรมย์
กลุ่มบริษัทค้าร่วม ล็อกซเล่ย์ ซึ่งประกอบด้วยบริษัท ล็อกซเล่ย์ ร่วมกับบริษัท เอจีที อินเตอร์เนชั่นแนล จีเอ็มบีเอช เป็นหนึ่งในสี่กลุ่มที่ได้งานในโครงการการบริหารจัดการน้ำงบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ในโมดูล เอ 6 และบี 4 ระบบคลังข้อมูลเพื่อการพยากรณ์และเตือนภัย รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำ โดยล็อกซเล่ย์เอจีที เสนอราคาประมูลไป 3,997.52 ล้านบาท เจรจาแล้วยอมลดให้ 200 ล้านบาท มาดูกันว่าบริษัทมีแผนในการดำเนินการอย่างไร
วสันต์ จาติกวณิช กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ เปิดเผยว่า คงต้องใช้เวลา 23 เดือนร่างสัญญาให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้มีปัญหาภายหลัง เช่น กำหนดการตรวจรับ หากเซ็นสัญญาแล้ว ก็จะเริ่มนำข้อมูลบางส่วนที่มีอยู่แล้วจาก 18 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาใส่ในระบบก่อน เพื่อเริ่มทำแบบจำลองกรณีเกิดสถานการณ์น้ำในรูปแบบต่างๆ คาดว่าข้อมูลน้ำในพื้นที่ภาคกลาง ตั้งแต่ จ.พระนครศรีอยุธยา ลงมา น่าจะมากพอนำมาใส่ได้ก่อน
นอกจากนี้ จะตั้งสำนักงานล็อกซเล่ย์และเอจีที เป็นศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรในการใช้ระบบ รวมทั้งเปิดให้นักวิชาการหรือหน่วยงานต่างๆ ที่สนใจมาดูข้อมูล และนำระบบคอมพิวเตอร์ที่จำเป็นชุดแรกไปติดตั้งไว้ที่สำนักงานซึ่งเช่าไว้ในพื้นที่บริษัท กสท โทรคมนาคม เขตบางรัก ให้เสร็จใน 6 เดือน ควบคู่กับการรอรัฐบาลหาพื้นที่ก่อสร้างศูนย์กลางข้อมูลกว่า 8,000 ตารางเมตร หากหาได้ จะก่อสร้างให้เสร็จใน 3 ปี และย้ายระบบปฏิบัติการทั้งหมดมาที่ศูนย์โดยใช้พื้นที่บริษัท กสท โทรคมนาคม บางรัก สำหรับสำรองข้อมูล (แบ็กอัพ)
ทั้งนี้ มองว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีและเป็นโครงการแรกที่รัฐบาลเปิดให้เอกชนเสนอความคิด ต่างจากโครงการอื่นที่รัฐจะกำหนดกรอบโครงการมา เอกชนมีหน้าที่ปฏิบัติตามเท่านั้น จึงไม่แปลกที่โครงการจะถูกจับตามองจากบุคคลทั่วไปว่าลงทุนสูงเกินไป แต่โดยส่วนตัวมองว่า ช่วงที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม ไทยได้รับความเสียหายเชิงเศรษฐกิจเกือบ 1 ล้านล้านบาท การลงทุนโครงการนี้จึงไม่สูงเกินไป หากเทียบกับป้องกันไม่ให้ไทยต้องสูญเสียมูลค่าเชิงเศรษฐกิจดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นอีก และอยากให้ทุกคนปรับมุมมองใหม่อย่ามองการเสนอโครงการต้องเน้นงบถูกที่สุด เพราะหากราคาถูก สิ่งที่ประเทศได้อาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ก็อยากให้ทุกฝ่ายเปิดใจ หากกังวลก็ตรวจสอบกันไประหว่างโครงการ
สำหรับล็อกซเล่ย์ คงไม่ได้กำไรจากโครงการนี้นัก แต่ก็ไม่ขาดทุน สิ่งที่ล็อกซเล่ย์คาดหวังจากโครงการนี้คือ การต่อยอดธุรกิจ โดยอาจร่วมทุนกับบริษัท เอจีที อินเตอร์เนชั่นแนล จีเอ็มบีเอช ในระยะยาว ในลักษณะการตั้งบริษัทร่วมทุน ไม่ได้ร่วมมือเพียงระยะสั้นๆ บริหารโครงการนี้แล้วจบไป เพื่อนำนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการนี้ไปเสนอขายประเทศอื่น
อย่างไรก็ตาม คงไม่ใช่การนำระบบทั้งหมดที่ทำไปขาย เพราะแต่ละประเทศแตกต่างกัน แต่จะนำเทคโนโลยีไปเสนอ เน้นจุดเด่นเป็นบริษัทเอกชนกลุ่มแรกๆ ในโลก ที่รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานไว้ที่ศูนย์แห่งเดียว และนำมาใช้เป็นข้อมูลกลางบริหารจัดการทั้งประเทศได้ ซึ่งหากเสนอขายประเทศอื่น ทำได้หลายรูปแบบ คือขายตัวระบบ ให้บริการเป็นที่ปรึกษา หรือให้เช่าระบบ ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องน้ำ แต่เป็นเรื่องไฟป่า หรือเรื่องอื่นที่ต้องการบูรณาการข้อมูลหลายหน่วยงานเข้าไว้ด้วยกัน
แม้งานที่ล็อกซเล่ย์ได้มาจะดูเป็นงานที่ง่ายสุดจากทั้ง 9 โมดูลโครงการน้ำ แต่ก็ใช่ว่าจะง่ายอย่างที่คิด โดยเฉพาะการประสานงานด้านข้อมูลที่ 18 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั่งทับอยู่ งานนี้คงต้องเหนื่อยกันอีกเยอะ







